เล่มที่ 68

จบ ตติยภาณวาร ----------------------------- ๖๐-๖๔] พึงทราบวิ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 252


เนื้อหา

จบ ตติยภาณวาร ----------------------------- ๖๐-๖๔] พึงทราบวินิจฉัยในปหาตัพพนิทเทส ดังต่อไปนี้. บทว่า อสฺมิมาโน - มานะว่าเป็นเรา ได้แก่ ชื่อว่า มานะ เพราะ เป็นเราในอุปาทานขันธ์ ๕ มีรูปเป็นต้น. จริงอยู่เมื่อละมานะนั้นได้ เป็นอันได้บรรลุพระอรหัต พึงทราบว่า แม้เมื่อรูปราคะเป็นต้น ยังมี อยู่ก็ไม่กล่าวถึงสังโยชน์ที่เหลือกกล่าวถึงอัสมิมานะเท่านั้น เพราะอัสมิ- มานะนั้นหยาบเทียบได้กับทิฏฐิ. บทว่า อวิชฺชา คือความไม่รู้ในฐานะ ๔ มีทุกข์เป็นต้น โดย สุตตันตปริยาย, การไม่รู้ในฐานะ ๘ กับที่สุดของเบื้องต้นเป็นต้น โดยอภิธรรมปริยาย. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ในธรรมเหล่านั้นอวิชชาเป็นไฉน ? อวิชชา คือความไม่รู้ทุกข์ ๑ ไม่รู้ทุกขสมุทัย - ไม่รู้ทุกข- นิโรธ ๑ ไม่รู้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ๑ ไม่รู้ส่วน เบื้องต้น ๑ ไม่รู้ส่วนเบื้องปลาย ๑ ไม่รู้ทั้งส่วน เบื้องต้นและส่วนเบื้องปลาย ๑ ไม่รู้ปฏิจจสมุป- ปาทธรรมอันเป็นอิทัปปัจจยตา ๑ - สิ่งนี้เป็นปัจจัย ของสิ่งนี้ เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้ย่อมมี. บทว่า ภวตณฺหา ได้แก่ ปรารถนาในภพมีกามภพเป็นต้น. ดังที่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ในตัณหา ๓ นั้น ภวตัณหาเป็นไฉน ? ภว- ตัณหา คือ ความพอใจในภพ ความกำหนัดในภพ ความเพลิดเพลินในภพ ความอยากในภพ ความ เสน่หาในภพ ความเร่าร้อนในภพ ความสยบใน ภพ ความพะวงหลงใหลในภพ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน