เล่มที่ 68

ธรรมชาติใดย่อมเห็น ฉะนั้น ธรรมชาตินั้นชื่อว่า จักษุ , อธิบาย...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 152


เนื้อหา

ธรรมชาติใดย่อมเห็น ฉะนั้น ธรรมชาตินั้นชื่อว่า จักษุ , อธิบายว่า จักษุนั้น ย่อมยินดีรูป และทำให้รูปปรากฏแจ่มแจ้งได้. ธรรมชาติใด ย่อมแตกสลายไป ฉะนั้น ธรรมชาตินั้นชื่อว่า รูป, อธิบายว่า รูปนั้น เมื่อถึงความแปรไปแห่ง วรรณะ ย่อม ประกาศความถึงหทัย. วิญญาณเป็นไปทางจักษุ หรือ การรู้รูปารมณ์ของจักษุ ชื่อว่า จักขุวิญญาณ . ชื่อว่า ผัสสะ เพราะอรรถว่า ถูกต้อง. ท่านกล่าวว่า สัม- ผัสสะ เพราะประดับบทด้วยอุปสรรค. สัมผัสที่เป็นไปทางจักษุ ชื่อว่า จักขุสัมผัส . คำว่า จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา ได้แก่ ผัสสเจตสิกที่ประกอบกับ จักขุวิญญาณเป็นปัจจัย. คำว่า เวทยิตํ ได้แก่ รับรู้อารมณ์. อธิบายว่า การเสวย อารมณ์. ธรรมชาติที่รับรู้อารมณ์นั้นนั่นแหละ ย่อมเป็นสุข ฉะนั้น จึง ชื่อว่า สุขะ, อธิบายว่า สุขะนั้นเกิดแก่ผู้ใด ก็ย่อมทำผู้นั้นให้ถึงซึ่ง ความสุข. อีกอย่างหนึ่ง ธรรมชาติใดย่อมเคี้ยวกินและขุดเสียได้ด้วยดี ซึ่งอาพาธทางกายและจิต ฉะนั้น ธรรมชาตินั้น ชื่อว่า สุขะ. ธรรมชาติใดย่อมเสวยอารมณ์เป็นทุกข์ ฉะนั้น ธรรมชาตินั้น จึงชื่อว่า ทุกขะ , อธิบายว่า ทุกข์นั้นเกิดแก่ผู้ใด ก็ย่อมทำผู้นั้นให้ ถึงซึ่งความทุกข์. ทุกข์ก็ไม่ใช่, สุขก็ไม่ใช่ ฉะนั้น จึงชื่อว่า อทุกขมสุข . ม อักษรท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งปทสนธิ - ต่อบท.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน