เล่มที่ 68

เพราะเหตุนั้น พระพุทธโฆสาจารย์จึงกล่าวว่า มรรคญาณแม้ทั้ง ๔ อ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 47


เนื้อหา

เพราะเหตุนั้น พระพุทธโฆสาจารย์จึงกล่าวว่า มรรคญาณแม้ทั้ง ๔ ออกจากนิมิต เพราะ มีพระนิพพานอันไม่มีนิมิตเป็นอารมณ์, และย่อม ออกจากปวัตตขันธ์ เพราะตัดสมุทัยได้ขาด ฉะนั้น จึงชื่อว่า ทุภโตวุฏฐานะ คือออกโดยส่วนทั้งสอง ๒ ดังนี้. ธรรมชาติใดย่อมขวนขวาย ย่อมเพ่งเล็งพระนิพพาน, หรือ พระโยคีบุคคลผู้ต้องการพระนิพพาน ย่อมขวนขวาย คือย่อมแสวงหา, หรือว่าธรรมชาติใดยังกิเลสทั้งหลายให้ตายไป เป็นไปอยู่ ฉะนั้น ธรรมชาตินั้น ชื่อว่า มรรค, ญาณในมรรคนั้น ชื่อว่า มคฺเค าณํ- มรรคญาณ. มรรคญาณท่านทำเป็นเอกวจนะโดยชาติศัพท์. ก็มรรคญาณนั้น เกิดขึ้น ทำพระนิพพานให้เป็นอารมณ์ต่อจากโคตรภูญาณ, ตัดกิเลส อันจะพึงฆ่าได้เองโดยไม่มีส่วนเหลือ, เผาผลาญห้วงสมุทรคือทุกข์ใน สังสารวัฏอันมีเบื้องต้นและที่สุดอันบุคคลไปตามอยู่รู้ไม่ได้แล้วให้เหือด- แห้งไป, ปิดประตูอบายทั้งปวงเสีย, การทำอริยทรัพย์ ๗ ให้ปรากฏอยู่ ต่อหน้า, ละมิจฉามรรคประกอบด้วยองค์ ๘, ทำเวรภัยทั้งปวงให้สงบ, นำตนเข้าสู่ความเป็นบุตรผู้เกิดแต่พระอุระ แห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และได้อานิสงส์อื่น ๆ อีกหลายร้อยเท่า เหมือนคำที่กล่าวว่า ๑. ปัญญานิทเทส แห่งวิสุทธิมรรค. บุรุษปรารถนาจะโดดข้ามแม้น้ำน้อยขึ้นไป ยืนอยู่บนฝั่งโน้น จึงจับเชือกหรือท่อนไม้ ที่ติดอยู่ กับต้นไม้บนฝั่งนี้ แล้วโดดข้ามไปโดยเร็ว จนตัว ไปตกอยู่บนฝั่งโน้น เมื่อตัวตกที่ฝั่งโน้นแล้วก็ละ ความหวาดหวั่นนั้น ขึ้นอยู่บนฝั่งได้ฉันใด, พระ- โยคีบุคคลผู้ปรารถนาจะข้ามพ้นกิเลสทั้งหลายเห็น ภัยฝั่งนี้ล้วนแล้วด้วยสักกายทิฏฐิ แล้วยืนอยู่ที่ฝั่ง คือพระนิพพานอันไม่มีภัย จึงจับเชือกคือรูปขันธ์ เป็นที่ยึดโดดมาโดยเร็วด้วยอุทยัพพยานุปัสสนา เป็นเบื้องแรก หรือจับไม้กล่าวคือนามขันธ์นั้นไว้ ด้วยดี กระโดดมาด้วยอาวัชชนจิตโดยนัยตามที่ กล่าวแล้วในก่อน โดดขึ้นด้วยอนุโลมญาณ แล้ว โน้มไปในพระนิพพาน เข้าไปสู่ที่ใกล้แห่งพระ- นิพพานนั้น ก็ปล่อยอารมณ์คือสังขารธรรมนั้นเสีย ได้ด้วยโคตรภูญาณ แล้วตกลงที่ฝั่งอื่นคือพระนิพ- พานอันเป็นอสังขตธรรม แต่นั้นก็ตั้งอยู่ด้วยมรรค- ญาณ ฉันนั้น.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน