เล่มที่ 67

นักปราชญ์ปลงเสียแล้วซึ่งเครื่องหมายแห่งคฤหัสถ์ ดุจต้นทองหลาง...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 646


เนื้อหา

นักปราชญ์ปลงเสียแล้วซึ่งเครื่องหมายแห่งคฤหัสถ์ ดุจต้นทองหลางที่ขาดใบแล้ว ตัดเครื่องผูกของคฤหัสถ์ ได้แล้ว พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรดฉะนั้น. พึงทราบวินิจฉัยในคาถาที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้. บทว่า โอโรปยิตฺวา ปลงเสียแล้ว คือนำออกไปแล้ว. บทว่า คิหิพฺยญฺชนานิ เครื่องหมายเเห่งคฤหัสถ์ คือเครื่องหมายแห่งความเป็น คฤหัสถ์มีอาทิ ผม หนวด ผ้าขาว เครื่องประดับ ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ หญิง บุตร ทาสหญิง ทาสชาย เพราะฉะนั้น ท่านจึง กล่าวว่า เครื่องหมายแห่งคฤหัสถ์. บทว่า สญฺฉินฺนปตฺโต ขาดใบ คือ มีใบร่วงหล่นแล้ว. บทว่า เฉตฺวาน คือ ตัดแล้วด้วยมรรคญาณ. บทว่า วีโร ผู้เป็นวีรชน คือประกอบแล้วด้วยความเพียรในมรรค. บทว่า คิหิพนฺธนานิ เครื่องผูกของคฤหัสถ์ ได้แก่ เรื่องผูกคือกาม เพราะว่า กามเป็นเครื่องผูกของคฤหัสถ์. พึงทราบความแห่งบทเพียงเท่านี้ก่อน. ต่อไปนี้เป็นคำอธิบาย. พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าดำริอยู่อย่างนี้ว่า ไฉนหนอเราพึงปลงซึ่ง เครื่องหมายแห่งคฤหัสถ์ เหมือนต้นทองหลางที่ขาดใบแล้วฉะนั้น ดังนี้แล้ว จึงเริ่มวิปัสสนาได้บรรลุปัจเจกภูมิ บทที่เหลือพึงทราบโดยนัยก่อนนั่นแล. พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศต่อไป. บทว่า สาราสนญฺจ คือ อาสนะ อันเป็นสาระ. บทว่า สินานิ คือ พลัด. บทว่า สญฺฉินฺนานิ คือ ขาดใบ. บทว่า ปติตานิ คือ พ้นจากก้าน. บทว่า ปริปติตานิ ร่วง หล่นแล้ว คือตกลงไปบนพื้นดิน.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน