เล่มที่ 67
บทว่า อธิเทเว อภิญฺาย คือ ทรงรู้ธรรมอันทำให้เป็นอธิเทพ
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 468
เนื้อหา
บทว่า อธิเทเว อภิญฺาย คือ ทรงรู้ธรรมอันทำให้เป็นอธิเทพ. บทว่า ปโรปรํ คือ เลวและประณีต. ท่านกล่าวไว้ว่า ทรงรู้ธรรมชาติ ทั้งหมดอันทำความเป็นอธิเทพให้แก่พระองค์และผู้อื่น. บทว่า กงฺขีนํ ปฏิชานตํ ทรงทำผู้สงสัยให้กลับรู้ได้ คือ เมื่อมีผู้สงสัยกลับรู้ว่า เรา หมดสงสัยแล้ว. พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศดังต่อไปนี้. บทว่า ปารายนิกปญฺหานํ คือ แห่งปัญหาของพวกพราหมณ์ผู้ แสวงหาธรรมเครื่องถึงซึ่งฝั่ง. ชื่อว่า อนฺตกโร เพราะทรงทำส่วนสุด. ชื่อว่า ปริยนฺตกโร เพราะทรงทำส่วนสุดรอบ. ชื่อว่า ปริจฺเฉทกโร เพราะทรงทำความกำหนดเขตแดน. ชื่อว่า ปริวฏุมกโร เพราะทรงทำ ความสรุป. บทว่า ปิงฺคิยปญฺหานํ เพื่อทรงแสดงว่า มิใช่ทรงกระทำ ส่วนสุดแห่งปัญหาของพวกพราหมณ์ ผู้แสวงหาธรรมเครื่องถึงซึ่งฝั่งอย่าง เดียว ที่แท้ทรงกระทำส่วนสุดแห่งปัญหาแม้ของปิงคิยปริพาชกเป็นต้น ด้วย จึงตรัสคำมีอาทิว่า ปิงฺคิยปญฺหานํ ปัญหาของปิงคิยะดังนี้. บทว่า อสํหิรํ คือ นิพพานอันราคะเป็นต้นนำไปไม่ได้. บทว่า อสํกุปฺปํ คือ ไม่กำเริบ ไม่มีความปรวนแปรไปเป็นธรรมดา. ท่าน กล่าวถึงนิพพานด้วยบททั้งสอง. บทว่า อทฺธา คมิสฺสามิ ข้าพระองค์ จักถึงเป็นแน่แท้ คือจักถึงนิพพานธาตุ อันเป็นอนุปาทิเสสะนั้น โดยส่วน เดียวเท่านั้น. บทว่า น เมตฺถ กงฺขา คือ ความสงสัยในนิพพานนี้มิได้ มีแก่ข้าพระองค์. บทว่า เอวํ มํ ธาเรหิ อธิมุตฺตจิตฺตํ ขอพระองค์ทรง จำข้าพระองค์ว่า เป็นผู้มีจิตน้อมไปแล้วอย่างนี้ ความว่า ท่านปิงคิยะ ยังศรัทธาให้เกิดขึ้นแล้วในตน ด้วยโอวาทของพระผู้มีพระภาคเจ้านี้ว่า แม้ท่านก็จงปล่อยศรัทธา ฉันนั้น แล้วปล่อยด้วยศรัทธาธุระนั่นเอง เมื่อ จะประกาศศรัทธาธิมุติ (ความน้อมไปด้วยศรัทธา) นั้น จึงทูลพระผู้มี- พระภาคเจ้าว่า เอวํ มํ ธาเรหิ อธิมุตฺตจิตฺตํ มีอธิบายว่า ขอพระองค์ จงทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นผู้มีจิตน้อมไปแล้ว เหมือนอย่างที่พระองค์ ได้ตรัสไว้กะข้าพระองค์แล้วฉะนั้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน