เล่มที่ 67

พระผู้มีพระภาคเจ้า นั้นทรงล่วงแล้วซึ่งธรรมเป็นเครื่องข้องและ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 443


เนื้อหา

ญาณ ปัญญา ความรู้ทั่ว ท่านกล่าวว่า โมนะ ในคำว่า มุนี ในอุเทศว่า สุตฺวาน มุนิโน วโจ ดังนี้ ฯ ล ฯ พระผู้มีพระภาคเจ้า นั้นทรงล่วงแล้วซึ่งธรรมเป็นเครื่องข้องและตัณหาเป็นดังข่าย จึงชื่อว่า เป็นมุนี. คำว่า ได้ฟังพระดำรัสของพระมุนี ความว่า ฟัง สดับ ศึกษา ทรงจำ เข้าไปกำหนดแล้วซึ่งพระดำรัส คำเป็นทาง เทศนา อนุสนธิ ของพระองค์ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ได้ฟังพระดำรัสของพระมุนี. เครื่องมุง ๕ อย่าง คือ ตัณหา ทิฏฐิ กิเลส ทุจริต อวิชชา ชื่อว่า เครื่องมุง ในอุเทศว่า วิวฏจฺฉโท สนฺพุทฺโธ ดังนี้ เครื่องมุงเหล่านั้น อันพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้แล้ว ทรงเปิดแล้ว คือ ทรงรื้อแล้ว ทรงถอนแล้ว ทรงละแล้ว ทรงตัดขาดแล้ว สงบแล้ว ระงับแล้ว ทำไม่ให้อาจเกิดขึ้น เผาเสียแล้วด้วยไฟคือญาณ เพราะเหตุนั้น พระพุทธเจ้าจึงชื่อว่า มีเครื่องมุงอันเปิดแล้ว. คำว่า พระพุทธเจ้า ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ฯ ล ฯ พระนามว่า พุทฺโธ เป็นสัจฉิกาบัญญัติ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระ- สัมพุทธเจ้ามีเครื่องมุงอันเปิดแล้ว. ราคะ โทสะ โมหะ ความโกรธ ความผูกโกรธ ฯ ล ฯ อกุสลาภิสังขารทั้งปวง เป็นหลักตอ ในคำว่า ไม่มีหลักตอ ในอุเทศว่า อขิโล ปฏิภาณวา ดังนี้ หลักตอเหล่านั้น อันพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ตรัสรู้แล้ว ทรงละได้แล้ว ตัดขาดแล้ว ทำไม่ให้มีที่ตั้งดังตาลยอดด้วน ให้ถึงความไม่มีในภายหลัง ให้มีความไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา เพราะ เหตุนั้น พระพุทธเจ้าจึงชื่อว่าไม่มีหลักตอ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน