เล่มที่ 67

บทว่า ธมฺมจกฺขุํ ตวงตาเห็นธรรม คือในบางแห่งหมายถึงมรรคญาณที่...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 390


เนื้อหา

พึงทราบวินิจฉัยบทว่า วิรชํ วีตมลํ นี้ ดังต่อไปนี้. บทว่า วิรชํ คือ ปราศจากธุลีมีราคะเป็นต้น. บทว่า วีตมลํ คือ ปราศจากมลทินมีราคะเป็นต้น. จริงอยู่ ราคะเป็นต้น ชื่อว่า ธุลี เพราะ อรรถว่า ท่วมทับ ชื่อว่า มลทิน เพราะอรรถว่า ประทุษร้าย. บทว่า ธมฺมจกฺขุํ ตวงตาเห็นธรรม คือในบางแห่งหมายถึงมรรคญาณที่ ๑ ในบางแห่งหมายถึงมรรคญาณ ๓ เป็นต้น บางแห่งมรรคญาณที่ ๔. แต่ ในที่นี้ มรรคญาณที่ ๔ เกิดแก่ชฎิล ๑,๐๐๐ คน มรรคญาณที่ ๓ เกิดแก่ ท่านปิงคิยะเท่านั้น. บทว่า ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมํ สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีเกิดการขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีการดับไปเป็น ธรรมดา คือดวงตาเห็นธรรมเกิดขึ้นแล้วแก่ท่านปิงคิยะผู้เป็นไปอย่างนี้ ด้วยอำนาจแห่งวิปัสสนา. บทที่เหลือ ในบททั้งปวง ชัดดีแล้ว. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรแม้นี้ ด้วยธรรมเป็นยอดคือ พระอรหัต ด้วยประการดังนี้. และเมื่อจบเทศนา ท่านปิงคิยะได้ตั้งอยู่ ในอนาคามิผล. นัยว่า ท่านปิงคิยะนั้นคิดอยู่ในระหว่าง ๆ ว่า พาวรีพราหมณ์ผู้เป็น ลุงของเรา ไม่ได้ฟังเทศนาอันมีปฏิภาณวิจิตรอย่างนี้. ด้วยเหตุนั้น ท่าน ปิงคิยะจึงไม่สามารถบรรลุพระอรหัตได้ เพราะความฟุ้งซ่านด้วยความ เยื่อใย. แต่ชฏิลผู้เป็นอันเตวาสิก ๑,๐๐๐ ของท่านปิงคิยะ ได้บรรลุพระ- อรหัต. ทั้งหมดได้เป็นเอหิภิกขุ ผู้ทรงบาตรและจีวรอันสำเร็จด้วยฤทธิ์ ด้วยประการฉะนี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน