เล่มที่ 67
พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงพยากรณ์ความนั้นแก่อุทย- มาณพ จึง...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 301
เนื้อหา
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงพยากรณ์ความนั้นแก่อุทย- มาณพ จึงตรัสพระคาถาว่า นนฺทิสญฺโชโน โลกมีความเพลิดเพลิน เป็นเครื่องประกอบไว้ ดังนี้เป็นต้น. ในบทเหล่านั้นบทว่า วิตกฺกสฺส คือ วิตกมีกามวิตกเป็นต้นพึงมี บัดนี้อุทยมาณพเมื่อจะทูลถามทางแห่งนิพพานนั้น จึงกล่าวคาถาว่า กถํ สตสฺส เมื่อโลกมีสติอย่างไรเที่ยวไป ดังนี้เป็นต้น. ในบทเหล่านั้นบทว่า วิญฺาณํ คือ วิญญาณอันเป็นอภิสังขาร. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงบอกทางแก่อุทยมาณพนั้น จึงตรัสพระคาถาว่า อชฺฌตฺตญฺจ ในภายใน ดังนี้เป็นต้น. บทว่า เอวํ สตสฺส คือ มีสติรู้อยู่อย่างนี้. บทที่เหลือในบททั้งปวงชัดดีแล้ว. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรแม้นี้ ด้วยธรรมเป็นยอดคือ พระอรหัต ด้วยประการฉะนี้. และเมื่อจบเทศนา ได้มีผู้บรรลุธรรม เช่นกับที่กล่าวมาแล้วในครั้งก่อน ๆ นั้นแล. จบอรรถกถาอุทยมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๑๓ (ท่านโปสาละทูลถามว่า) พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด ไม่ทรงมีความหวั่น- ไหว ทรงตัดความสงสัยเสียแล้ว ทรงถึงฝั่งแห่งธรรม ทั้งปวง ย่อมทรงแสดงอดีต ข้าพระองค์มีความต้องการ ด้วยปัญหา จึงมาเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น. คำว่า โย ในอุเทศว่า โย อตีตํ อาทิสติ ดังนี้ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด เป็นพระสยัมภู ไม่มีอาจารย์ ตรัสรู้พร้อม เฉพาะซึ่งสัจจะทั้งหลายเอง ในธรรมทั้งหลายที่พระองค์ไม่เคยได้ยินมา ในกาลก่อน ทรงบรรลุซึ่งความเป็นพระสัพพัญญูในธรรมเหล่านั้น และ ทรงบรรลุซึ่งความเป็นผู้ชำนาญในพลธรรมทั้งหลาย.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน