เล่มที่ 67

ญหานิทเทสที่ ๑๒ อรรถกถาภัทราวุธมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๑๒ พึงทรา...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 282


เนื้อหา

จบภัทราวุธมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๑๒ อรรถกถาภัทราวุธมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๑๒ พึงทราบวินิจฉัยใน ภัทราวุธสูตรที่ ๑๒ ดังต่อไปนี้. บทว่า โอกญฺชหํ คือ ละความอาลัย. บทว่า ตณฺหจฺฉิทํ คือ ตัดหมู่ตัณหาเสียได้. บทว่า อเนชํ ไม่มีความหวั่นไหว คือ ไม่หวั่นไหว ในโลกธรรม. บทว่า นนฺทิญฺชหํ ละความเพลิน คือละความปรารถนารูป มีรูปในอนาคตเป็นต้น. จริงอยู่ ตัณหาอย่างเดียวเท่านั้นท่านกล่าวไว้ใน ที่นี้โดยประการต่างๆ ด้วยอำนาจแห่งความชื่นชอบ. บทว่า กปฺปญฺชหํ คือ ละความดำริ ๒ อย่าง. บทว่า อภิยาเจ คือ ข้าพระองค์วิงวอน เป็นอย่างยิ่ง. บทว่า สุตฺวาน นาคสฺส อปนมิสฺสนฺติ อิโต ชน ทั้งหลายได้ฟังพระดำรัสของพระผู้เป็นนาคแล้ว จักหลีกไปแต่ที่นี้ อธิบาย ว่า ชนเป็นอันมากได้ฟังพระดำรัสของพระองค์ผู้เป็นนาคผู้มีพระภาคเจ้า จักหลีกไปจากปาสาณกเจดีย์นี้. บทว่า เย อุปายุปาทานา คือ ความ เข้าไปยึดถือด้วยตัณหาและทิฏฐิ. บทว่า เจตโส อธิฏฺ€านา คือ ตั้ง ไว้ในใจ. บทว่า อภินิเวสานุสยา เป็นที่ผูกพันและเป็นอนุสัย คือ เป็นที่ตั้งไว้แล้วมานอนเนื่องอยู่ในสันดาน. บทว่า ชนปเทหิ สงฺคตา คือ มาแต่ชนบททั้งหลายมีอังคะเป็น ต้น ประชุมกันในที่นี้. บทว่า วิยากโรหิ คือ ขอพระองค์ทรงแสดง ธรรม. บทว่า สงฺคตา คือ ชนทั้งหลายมีกษัตริย์เป็นต้นมีความเป็น อันเดียวกัน. บทว่า สมาคตา คือ มาจากชนทั้งหลาย มีประการดัง กล่าวแล้ว. บทว่า สโมหิตา คือ มารวมกัน. บทว่า สนฺนิปติตา ประชุมกัน. คือไม่แยกจากกัน.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน