เล่มที่ 67
พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงรู้ตามถึงฐานะในที่สุดหก- หมื่นกั...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 190
เนื้อหา
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงรู้ตามถึงฐานะในที่สุดหก- หมื่นกัปของอุปสีวมาณพนั้น จึงตรัสคาถาที่ ๓. อุปสีวมาณพครั้นสดับ ถึงฐานะในสมาบัตินั้นของบุคคลนั้น บัดนี้ เมื่อจะทูลถามถึงความเป็น สัสสตทิฏฐิและอุจเฉททิฏฐิของบุคคลนั้น จึงกล่าวคาถามีอาทิว่า ติฏฺเ เจ หากผู้นั้นพึงดำรงอยู่ในสมาบัตินั้น ดังนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า ปูคมฺปิ วสฺสานํ แม้มากปี ความว่า นับปี แม้ไม่น้อย. ปาฐะว่า ปูคมฺปิ วสฺสานิ บ้าง. ในบทนั้นแปลงฉัฏฐีวิภัตติเป็น ปฐมาวิภัตติ. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ปูคํ แปลว่า มีมาก. อาจารย์บางพวก กล่าวว่า ปูคานิ บ้าง. ปาฐะแรกดีกว่า. บทว่า ตตฺเถว โสสีติ สิยา วิมุตฺโต ผู้นั้นเป็นผู้พ้นแล้ว มีความเย็น พึงมีในสมาบัตินั้น คือ บุคคล นั้นพ้นแล้วจากทุกข์ต่าง ๆ ในอากิญจัญญายตนะนั้น พึงถึงความเป็นผู้เย็น อธิบายว่า เป็นผู้เที่ยงที่จะถึงนิพพานดำรงอยู่. บทว่า ภเวถ วิญฺาณํ ตถาวิธสฺส วิญญาณของผู้นั้นพึงมีหรือ หรือถามถึงความขาดสูญว่า วิญญาณของผู้นั้นพึงดับโดยไม่ยึดมั่นหรือ. ย่อมถามถึงแม้ปฏิสนธิของผู้ นั้นว่า พึงมีเพื่อถือปฏิสนธิหรือ. บทว่า ตสฺส วิญฺาณํ จเวยฺย วิญญาณ ของผู้นั้นพึงเคลื่อนไป คือวิญญาณของผู้เกิดในอากิญจัญญายตนะนั้น พึง ถึงความเคลื่อนไป. บทว่า อุจฺฉิชฺเชยฺย คือ พึงขาดสูญ. บทว่า วินสฺ- เสยฺย คือ พึงถึงความพินาศ. บทว่า น ภเวยฺย คือ ถึงความไม่มี. บทว่า อุปฺปนฺนสฺส คือ เกิดแล้วด้วยอำนาจแห่งปฏิสนธิ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน