เล่มที่ 67

คำว่า สพฺเพสุ ในอุเทศว่า " สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโค " ดังนี...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 178


เนื้อหา

คำว่า สพฺเพสุ ในอุเทศว่า " สพฺเพสุ กาเมสุ โย วีตราโค " ดังนี้ ความว่า... ไม่มีส่วนเหลือ. คำว่า สพฺเพสุ นี้ เป็น เครื่องกล่าวรวม. โดยหัวข้อว่า กาเมสุ กามมี ๒ อย่าง คือ วัตถุกาม ๑ กิเลสกาม ๑ ฯ ล ฯ เหล่านี้เรียกว่า วัตถุกาม ฯ ล ฯ เหล่านี้เรียกว่า กิเลสกาม. คำว่า ผู้ใดปราศจากความกำหนัดในกามทั้งปวง ความว่า ผู้ใด ปราศจากความกำหนัด... เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้ใดปราศจากความ กำหนัดในกามทั้งปวง. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกพราหมณ์นั้นโดยชื่อว่า อุปสีวะ ใน อุเทศว่า " อุปสีวาติ ภควา " ดังนี้. คำว่า ภควา นี้ เป็นเครื่องกล่าวโดยเคารพ ฯ ล ฯ คำว่า ภควา นี้ เป็นสัจฉิกาบัญญัติ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสตอบว่า ดูก่อนอุปสีวะ. คำว่า ละสมาบัติอื่น อาศัยอากิญจัญญายตนสมาบัติ ความว่า ละเว้น น้อมใจไปสู่อากิญจัญญายตนสมาบัติ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ละสมาบัติอื่น อาศัยอากิญจัญญายตนสมาบัติ. คำว่า น้อมใจไปในสัญญาวิโมกข์อย่างยิ่ง ความว่า สัญญาสมาบัติ ๗ ท่านกล่าวว่า สัญญาวิโมกข์... มีสัญญาวิโมกข์นั้น เป็นใหญ่ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า น้อมใจไปในสัญญาวิโมกข์เป็นอย่างยิ่ง. คำว่า ติฏฺเ€ยฺย ในอุเทศว่า " ติฏฺเ€ยฺย โส ตตฺถ อนานุยายี " ดังนี้ ความว่า พึงตั้งอยู่หกหมื่นกัป. คำว่า ตตฺถ คือ ในอากิญจัญญายตนสมาบัติ. คำว่า อนานุยายี ความว่า ไม่หวั่นไหว... เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้นั้นไม่มีความหวั่นไหว พึงดำรงอยู่ในอากิญ- จัญญายตนสมาบัตินั้น เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ผู้ใดปราศจากความกำหนัดในกามทั้งปวง ละสมาบัติ อื่น อาศัยอากิญจัญญายตนสมาบัติ น้อมใจไปแล้วใน สัญญาวิโมกข์อย่างยิ่ง ผู้นั้นไม่มีความหวั่นไหว พึงดำรง อยู่ในอากิญจัญญายตนสมาบัตินั้น.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน