เล่มที่ 67

โดยหัวข้อว่า กามา ในอุเทศว่า กาเม ปหาย วิรโต กถาหิ ดังนี้ คว...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 174


เนื้อหา

โดยหัวข้อว่า กามา ในอุเทศว่า กาเม ปหาย วิรโต กถาหิ ดังนี้ ความว่า กามมี ๒ คือ วัตถุกาม ๑ กิเลสกาม ๑ ฯ ล ฯ เหล่านี้เรียกว่า วัตถุกาม ฯ ล ฯ เหล่านี้เรียกว่า กิเลสกาม. คำว่า ละกามทั้งหลาย ความว่า กำหนดรู้วัตถุกามทั้งหลาย ละ สละ บรรเทา ทำให้สิ้นสุด ให้ถึงความไม่มีซึ่งกิเลสกามทั้งหลาย เพราะ- ฉะนั้น จึงชื่อว่า ละกามทั้งหลาย. วิจิกิจฉาเรียกว่า ความสงสัย ในอุเทศว่า วิรโต กถาหิ ความ สงสัยในทุกข์ ฯ ล ฯ ความที่จิตครั่นคร้าม ใจสนเท่ห์ งด เว้น ขาด ออก สลัด หลุดพ้น ไม่เกี่ยวข้องด้วยความสงสัย ย่อมมีใจทำให้ ปราศจากเขตแดนอยู่ แม้ด้วยเหตุอย่างนี้ดังนี้ จึงชื่อว่า เว้นจากความ สงสัยทั้งหลาย. อีกอย่างหนึ่ง งด เว้น เว้นขาด ออก สลัด หลุดพ้น ไม่เกี่ยว ข้องด้วยดิรัจฉานกถา ๓๒ ประการ ย่อมมีใจทำให้ปราศจากเขตแดนอยู่ แม้ด้วยเหตุอย่างนี้ดังนี้ จึงชื่อว่า เว้นจากความสงสัยทั้งหลาย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ละกามทั้งหลายแล้ว เว้นจากความสงสัยทั้งหลาย. รูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฏ- ฐัพพตัณหา ธรรมตัณหา ชื่อว่า ตัณหา ในอุเทศว่า " ตณฺหกฺขยํ รตฺตมหาภิปสฺส" ดังนี้. กลางคืนชื่อว่า รัตตะ กลางวันชื่อว่า อหะ ท่านจงดู คือ พิจารณา แลดู ตรวจดู พินิจ พิจารณา ซึ่งความสิ้นไปแห่ง ตัณหา คือ ความสิ้นแห่ง ราคะ โทสะ โมหะ คติ อุปบัติ ปฏิสนธิ ภพ สงสาร วัฏฏะ ทั้งกลางคืนกลางวัน เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า จง พิจารณาดูความสิ้นแห่งตัณหาตลอดกลางคืนและกลางวัน เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ท่านจงเป็นผู้มีสติ เพ่งดูอากิญจัญญายตนสมาบัติ อาศัยสมาบัติอันเป็นไปว่า อะไร ๆ น้อยหนึ่งไม่มี ดังนี้ แล้ว จงข้ามโอฆะเถิด ท่านจงละกามทั้งหลายแล้ว เว้น จากความสงสัยทั้งหลาย พิจารณาดูความสิ้นไปแห่ง ตัณหาตลอดคืนและวันเถิด.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน