เล่มที่ 66
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงถึงการกำจัดวาทะอันหมดจด ด้วยก...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 228
เนื้อหา
พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงถึงการกำจัดวาทะอันหมดจด ด้วยการสำรวมในศีลอุดม ภายนอกจากนี้อย่างนี้ของสมณพราหมณ์เหล่านั้น และการปฏิบัติของพระอรหันต์ผู้ละศีลและพรตแล้ว บัดนี้เพื่อทรงแสดง วาทะอันบริสุทธิ์ภายนอกโดยประการอื่น จึงตรัสคาถานี้ว่า ตมูปนิสฺสาย พวกสมณพราหมณ์อาศัยตบะนั้น ดังนี้เป็นต้น. บทนั้นมีความดังนี้ มีสมณพราหมณ์แม้พวกอื่นอาศัยตบะที่เกลียด ชังนั้น หรืออาศัยอย่างใดอย่างหนึ่งบรรดารูปที่เห็นอันหมดจดเป็นต้น เป็นผู้กล่าวความหมดจดในสงสารข้างหน้าด้วยอกิริยทิฏฐิ ยังไม่ปราศจาก ตัณหาในภพน้อยภพใหญ่ ย่อมพร่ำพูดถึงความหมดจด. บทว่า ตโปชิคุจฺฉวาทา มีวาทะเกลียดชังตบะ คือ สมณพราหมณ์ ทั้งหลาย มีวาทะละอายต่อบาปด้วยทำความเพียรมีทรมานร่างกายเป็นต้น. บทว่า ตโปชิคุจฺฉสารา มีความเกลียดชังตบะเป็นสาระ คือมี ความละอายด้วยตบะนั้นเป็นสาระ. บทว่า อุทฺธํสราวาทา คือ กล่าวความ หมดจดด้วยสงสาร. อธิบายว่า เมื่อสมณพราหมณ์เหล่านั้นผู้ยังไม่ปราศจากตัณหาอย่างนี้ ยังกล่าวถึงความหมดจด แม้ผู้ใดสำคัญตนว่าถึงความหมดจดแล้ว เมื่อ ผู้นั้นยังปรารถนาวัตถุนั้น ๆ ในภพน้อยภพใหญ่ เพราะยังไม่ปราศจาก ตัณหา ย่อมมีความอยากได้อยู่บ่อย ๆ นั่นเอง. จริงอยู่ ตัณหาที่บุคคลเสพ เป็นอาจิณ ย่อมเพิ่มความทะเยอทะยานหนักขึ้น ไม่เพียงความอยากอย่าง เดียว แม้ความหวั่นไหวก็ย่อมมีในเพราะวัตถุทั้งหลายที่กำหนดไว้แล้ว. ท่านอธิบายว่า แม้ความหวั่นไหวก็ย่อมมี ในเพราะวัตถุที่กำหนดไว้ ด้วยตัณหาและทิฏฐิ. พึงเชื่อมความแห่งคาถานี้ว่า การจุติและอุปบัติ ต่อไป ไม่มีแก่ภิกษุใดในศาสนานี้ เพราะปราศจากตัณหาแล้วในภพน้อย และภพใหญ่ ภิกษุนั้นพึงหวั่นไหวด้วยเหตุอะไร พึงชอบใจในที่ไหน ดังนี้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน