เล่มที่ 66
พึงเชื่อมความคาถาว่า ปรสฺส เจ แห่งบุคคลอื่นดังนี้
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 177
เนื้อหา
พึงเชื่อมความคาถาว่า ปรสฺส เจ แห่งบุคคลอื่นดังนี้. อนึ่ง มี ความอะไรที่ยิ่งไปอีก มีดังนี้ เจ้าทิฏฐินั้นตั้งอยู่ในวินิจฉัยแล้ว ร่าเริงอยู่ กล่าวว่าคนอื่นเป็นพาลไม่ฉลาด. ก็หากว่า บุคคลนั้นกล่าวว่าเลวเพราะคำ ของคนอื่นนั้น. บทว่า ตุโม สหา โหติ นิหีนปญฺโ บุคคลนั้นย่อม เป็นคนมีปัญญาทราม พร้อมด้วยบุคคลอื่นนั้น คือบุคคลแม้นั้นย่อมเป็น ผู้มีปัญญาทรามพร้อมด้วยบุคคลนั้น แม้เขาจะพูดว่าบุคคลนั้นเป็นพาล. เมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้อยคำของเขาเอาประมาณไม่ได้. แต่บุคคลนั้นเป็นผู้ถึง เวท เป็นธีรชนด้วยตนเอง. เมื่อเป็นอย่างนั้นใคร ๆ ในบรรดาสมณ- พราหมณ์ย่อมไม่เป็นคนพาล เพราะทั้งหมดเหล่านั้นเป็นบัณฑิตตามความ ปรารถนาของตน. บทว่า วาจาย คือ เพราะคำ. บทว่า วจเนน คือ เพราะถ้อยคำ. บทว่า นินฺทิตการณา คือ เพราะเหตุนินทา. บทว่า ครหิตการณา คือ เพราะเหตุติเตียน. บทว่า อุปวทิตการณา คือ เพราะ เหตุค่อนว่า. พึงทราบการเชื่อมและความของคาถาว่า อญฺํ อิโต ธรรมอื่นจาก ธรรมนี้ต่อไป เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้ว่า บุคคลผู้ถึงเวทเป็น ธีรชนเอง ใคร ๆ ในบรรดาสมณพราหมณ์ย่อมไม่มีคนพาลดังนี้ พึงมี คำถามว่า เพราะเหตุ เพื่อใคร ๆ. ในข้อนั้นขอตอบว่า เพราะชนเหล่าใด ย่อมสรรเสริญธรรมอื่นจากธรรมนี้ ชนเหล่านั้นย่อมเป็นผู้พลาดทางแห่ง ความหมดจด เป็นผู้ไม่บริบูรณ์ พวกเดียรถีย์ย่อมกล่าวแม้อย่างนั้นโดย ทิฏฐิมาก คือชนเหล่าใดย่อมสรรเสริญทิฏฐิอื่นจากทิฏฐินี้ ชนเหล่านั้น ย่อมเป็นผู้ฉลาด คือล้มเหลวทางแห่งความหมดจด เป็นผู้ไม่บริบูรณ์ฉะนั้น ท่านอธิบายว่า เดียรถีย์ทั้งหลายย่อมกล่าวอย่างนี้. หากถามว่า เพราะเหตุไร จึงกล่าวอย่างนี้. ตอบว่า เพราะพวกเดียรถีย์เหล่านั้นเป็นผู้ยินดียิ่ง ด้วย ความกำหนัดเพราะทิฏฐิของตน.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน