เล่มที่ 65
ความยึดถือ เป็นของเที่ยงยั่งยืน มั่นคง ไม่มีความแปรปรวนไป เป...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 564
เนื้อหา
ความยึดถือ เป็นของเที่ยงยั่งยืน มั่นคง ไม่มีความแปรปรวนไป เป็นธรรมดา ย่อมไม่มี คือไม่มีอยู่ ไม่ปรากฏ ไม่เข้าไปได้. เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ความยึดถือทั้งหลายเป็นของเที่ยง มิได้มีเลย . คำว่า การยึดถือนี้มีความพลัดพรากเป็นที่สุดทีเดียว มีความว่า มีความเป็นต่าง ๆ กัน ความพลัดพราก ย่อมเป็นอย่างอื่น มี อยู่ ปรากฏอยู่ เข้าไปได้อยู่. สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :- ดูก่อนอานนท์ อย่าเลย เธออย่าเศร้าโศก อย่า คร่ำครวญไปเลย ดูก่อนอานนท์ ข้อนั้นเราได้บอกไว้ก่อน แล้วมิใช่หรือว่า ความเป็นต่าง ๆ กัน ความพลัดพราก ความเป็นอย่างอื่น จากสัตว์สละสังขารอันเป็นที่รักใคร่พอ ใจทั้งหลายทีเดียวมีอยู่ ดูก่อนนี้ จะพึงได้แต่ที่ไหน สิ่งใดที่ เกิดแล้ว มีแล้ว อันปัจจัยปรุงแต่งแล้ว มีความสลายไปเป็น ธรรมดา สิ่งนั้น อย่าสลายไปเลย ต่อนั้นไม่เป็นฐานะที่จะ มีได้ เพราะขันธ์ ธาตุ อายตนะ ก่อน ๆ แปรปรวนไป เป็นอย่างอื่น ขันธ์ธาตุและอายตนะหลัง ๆ ก็ย่อมเป็นไป ดังนี้. เพราะฉะนั้นจึงถือว่า การยึดถือนี้มีความพลัดพราก เป็นที่สุดทีเดียว. คำว่า กุลบุตรเห็นดังนี้แล้ว ไม่ควรอยู่ครองเรือน มีความว่า ศัพท์ว่า อิติ เป็นบทสนธิ เป็นบทอุปสรรค เป็นบทบริบูรณ์ เป็นที่ประชุมอักษร เป็นศัพท์ที่มีพยัญชนะสละสลวย ศัพท์ว่า อิติ นี้เป็น ลำดับแห่งบท. กุลบุตรเห็นแล้ว พบแล้ว เทียบเคียง ตรวจตรา สอบ. สวนทำให้แจ่มแจ้ง ในวัตถุที่ถือว่าของเราทั้งหลาย ดังนี้แล้ว เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เห็นดังนี้แล้ว . คำว่า ไม่ควรอยู่ครองเรือน ความว่า กุลบุตร ตัดกังวลในฆราวาสทั้งหมด ตัดกังวลในบุตรและภรรยา ตัดกังวลในญาติ ตัดกังวลในมิตรและอมาตย์ ตัดกังวลในความสั่งสมทั้งหมด ปลงผมและ หนวด ครองผ้ากาสายะ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต เข้าถึงความ เป็นผู้ไม่มีห่วงใย พึงเป็นผู้เดียวเที่ยวไป คือ อยู่ เป็นไป หมุนไป รักษา ดำเนินไป ให้อัตภาพดำเนินไป เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า กุลบุตร เห็นดังนี้ แล้วไม่ควรอยู่ครองเรือน . เพราะเหตุนั้นพระผู้มีพระภาค เจ้าจึงตรัสว่า :-
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน