เล่มที่ 65
คำว่า ละตนแล้ว ไม่ถือมั่น มีความว่า คำว่า ละตน แล้ว ได้แก่ ล...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 530
เนื้อหา
คำว่า ละตนแล้ว ไม่ถือมั่น มีความว่า คำว่า ละตน แล้ว ได้แก่ ละความเห็นว่าเป็นตน. คำว่า ละตนแล้ว ได้แก่ ละความ ถือ. คำว่า ละตนแล้ว ได้แก่ ละ เว้น บรรเทา ทำให้สิ้นสุด ทำ ให้ถึงความไม่มี ซึ่งความถือ ถือมั่น ยึดมั่น ติดใจ น้อมใจไป ด้วย สมารถแห่งตัณหา ด้วยสามารถแห่งทิฏฐิ. คำว่า ละตนแล้ว ไม่ถือมั่น ได้แก่ ไม่ถือมั่น คือไม่ยึด ไม่ยึดถือ ไม่ยึดมั่น ด้วยอุปาทาน ๔. เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า ละตนแล้ว ไม่ถือมั่น . คำว่า นรชนนั้น ไม่ทำนิสัยแม้ในเพราะญาณ มี ความว่า นรชนนั้นไม่ทำตัณหานิสัยหรือทิฏฐินิสัย คือไม่ให้เกิด ไม่ให้ เกิดพร้อม ไม่ให้บังเกิด ไม่ให้บังเกิดเฉพาะ ในเพราะญาณในสมาบัติ ๘ ในเพราะญาณในอภิญญา ๕ หรือในเพราะมิจฉาญาณ. เพราะฉะนั้นจึง ชื่อว่า นรชนนั้น ไม่ทำนิสัยแม้ในเพราะญาณ . คำว่า เมื่อชนทั้งหลายแตกกัน นรชนนั้นก็ไม่แล่น ไปกับพวก มีความว่า เมื่อชนทั้งหลายแยกกัน แตกกัน ถึงความเป็น สองฝ่าย เกิดเป็นสองพวกมีทิฏฐิต่างกัน มีความควรต่างกัน มีความชอบใจ ต่างกัน มีลัทธิต่างกัน อาศัยทิฏฐินิสัยต่างกัน ถึงฉันทาคติ ถึงโทสาคติ ถึงโมหาคติ ถึงภยาคติ นรชนนั้นย่อมไม่ถึงฉันทาคติ ไม่ถึงโทสาคติ ไม่ถึงโมหาคติ ไม่ถึงภยาคติ ไม่ถึงด้วยอำนาจแห่งราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ อุทธัจจะ วิจิกิจฉา อนุสัย ไม่ไป ดำเนินไป เลื่อนลอยไป แล่นไป เพราะธรรมทั้งหลายอันทำความเป็นพวก. เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า เมื่อชนทั้งหลายแตกกัน นรชนนั้นก็ไม่แล่นไปกับพวก
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน