เล่มที่ 65
อานิสงส์ไม่ในความหมดจดด้วย อารมณ์ที่ทราบ มีในชาตินี้เป็นไฉน
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 526
เนื้อหา
อานิสงส์ไม่ในความหมดจดด้วย อารมณ์ที่ทราบ มีในชาตินี้เป็นไฉน ? ศาสดาเป็นผู้มีทิฏฐิอย่างใด พวกสาวกก็เป็นผู้มีทิฏฐิอย่างนั้น ฯลฯ นั้นชื่อ ว่าอานิสงส์ในความหมดจดด้วยอารมณ์ที่ทราบมีในชาตินี้. อานิสงส์ในความหมดจดด้วยอารมณ์ที่ทราบ มีในชาติหน้า เป็น ไฉน. นรชนนั้นย่อมหวังผลในอนาคตว่า ทิฏฐินี้ควรเพื่อความเป็นนาค ฯลฯ นี้ชื่อว่าอานิสงส์ในความหมดจดด้วยอารมณ์ที่ทราบมีในชาติหน้า นรชนย่อมเห็น คือแลเห็น เหลียวเห็น เล็งเห็น พิจารณาเห็น อานิสงส์ ๒ ประการเหล่านี้คำนี้ แม้ในความหมดจดด้วยอารมณ์ที่ทราบ เพราะ ฉะนั้นจึงชื่อว่า นรชนย่อมเห็นอานิสงส์ใด ในทิฏฐิของตนก็ดี ใน อารมณ์ที่เห็นก็ดี อารมณ์ที่ได้ยินก็ดี ในศีลและวัตรก็ดี ใน อารมณ์ที่ทราบก็ดี . คำว่า นรชนนั้นถือมั่นทิฏฐินั้นนั่นแหละในลัทธิ ของตนนั้น มีความว่า คำว่า ตเทว ได้แก่ ซึ่งทิฏฐินั้น. คำว่า ตตฺถ ได้แก่ ในทิฏฐิของตน ในความควรของตน ในความชอบใจของตน ใน ลัทธิของตน คำว่า ถือมั่น ได้แก่ ถือ ถือเอา รับเอา ยึดมั่น ถือมั่น ว่า สิ่งนี้ยอดเยี่ยม เลิศ ประเสริฐ วิเศษ เป็นใหญ่ สูงสุด บวร เพราะ ฉะนั้นจึงชื่อว่า นรชนนั้นถือมั่นทิฏฐินั้นนั่นแหละ ในลัทธิของ ตนนั้น . คำว่า ย่อมเห็นสิ่งอื่นทั้งปวงโดยความเป็นของเลว มีความว่า นรชนนั้นย่อมเห็น คือ แลเห็น เหลียวเห็น เล็งเห็น พิจารณา เห็น ซึ่งศาสดา ธรรมที่ศาสดาบอก หมู่คณะ ทิฏฐิ ปฏิปทา มรรคอื่น โดยความเป็นของเลว เลวทราม ต่ำช้า ลามก สกปรก ต่ำต้อย เพราะ ฉะนั้นจึงชื่อว่า ย่อมเห็นสิ่งอื่นทั้งปวงโดยความเป็นของเลว เพราะ เหตุนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า :-
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน