เล่มที่ 65
คำว่า รู้อย่างใด ก็พึงกล่าวอย่างนั้น มีความว่า บุคคล รู้อย่า...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 391
เนื้อหา
คำว่า รู้อย่างใด ก็พึงกล่าวอย่างนั้น มีความว่า บุคคล รู้อย่างใด ก็พึงกล่าว บอก พูด แสดง แถลงอย่างนั้น. คือ รู้อย่างใดว่า โลกเที่ยง สิ่งนี้แหละจริง สิ่งอื่นเปล่า ก็พึงกล่าว บอก พูด แสดง แถลงอย่างนั้น. รู้อย่างใดว่า โลกไม่เที่ยง ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว ย่อมเป็นอีก ก็หามิได้ ย่อมไม่เป็นอีก ก็หามิได้ สิ่งนี้แหละจริง สิ่งอื่น เปล่า ก็พึงกล่าว บอก พูด แสดง แถลงอย่างนั้น เพราะฉะนั้น จึง ชื่อว่า รู้อย่างใด ก็พึงกล่าวอย่างนั้น เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า :- บุคคลผู้ไปตามความพอใจ ตั้งมั่นแล้วในความชอบ ใจ พึงล่วงทิฏฐิของตนได้อย่างไรเล่า แต่บุคคลเมื่อกระทำ ให้เต็มด้วยตนเอง รู้อย่างใด ก็พึงกล่าวอย่างนั้น. ชนใดไม่มีใครถาม ย่อมบอกศีลและวัตรของตน แก่ชนเหล่าอื่น ผู้ฉลาดทั้งหลายกล่าวชนเหล่านั้นว่า ไม่มี อริยธรรม อนึ่ง ชนใดย่อมบอกตนเอง ผู้ฉลาดทั้งหลาย ก็กล่าวชนนั้นว่า ไม่มีอริยธรรม. คำว่า ชนใด....ย่อมบอกศีลและวัตรของตน มีความ ว่า คำว่า ใด คือ เช่นใด ประกอบอย่างใด จัดแจงอย่างใด มีประการ อย่างใด ถึงฐานะใด ประกอบด้วยธรรมใด เป็นกษัตริย์ เป็นพราหมณ์ เป็นแพศย์ เป็นศูทร เป็นคฤหัสถ์ เป็นบรรพชิต เป็นเทวดา หรือเป็น มนุษย์. คำว่า ศีลและวัตร มีความว่า บางแห่งเป็นศีลและเป็นวัตร บางแห่งเป็นวัตรแต่ไม่เป็นศีล.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน