เล่มที่ 65

ศีลนั้น ชื่อว่า สังยนะ ด้วยสามารถแห่งความสำรวม

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 279


เนื้อหา

ศีลนั้น ชื่อว่า สังยนะ ด้วยสามารถแห่งความสำรวม. ชื่อว่า สัง วระ ด้วยสามารถแห่งความระวัง. ดังนั้น ท่านจึงกล่าวทั้ง ศีลสังยมะ ทั้ง ศีลสังวระ แม้ด้วยบททั้ง ๒ ก็ในบทนี้มีเนื้อความของคำว่า ชื่อว่า สังยมะ เพราะอรรถว่าสำรวม หรือยังบุคคลผู้ดิ้นรนก้าวล่วงให้สำรวม คือไม่ให้บุคคลนั้นดิ้นรนก้าวล่วง. ชื่อว่า สังวระ เพราะอรรถว่า กั้น คือ ปิดทวาร ด้วยความสำรวมการก้าวล่วง. บทว่า มุขํ ได้แก่ สูงสุด หรือเป็นประมุข. เหมือนอย่างว่า อา- หาร ๔ อย่างของสัตว์ทั้งหลาย เข้าทางปากแล้วแผ่ไปยังอวัยวะต่าง ๆ ฉัน ใด แม้พระโยคาวจรทั้งหลายก็ฉันนั้น เข้าสู่กุศลอันเป็นไปในภูมิ ๔ ด้วย ปาก คือศีล ยังความสำเร็จแห่งประโยชน์ให้ถึงพร้อม. เพราะฉะนั้น บท ว่า โมกฺขํ จึงมีความว่า ประมุข หัวหน้า เป็นสภาพถึงก่อน ประเสริฐ ที่สุด เป็นประธาน. บทว่า กุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา ความว่า พึงทราบว่า เป็นประมุข เป็นหัวหน้า เป็นสภาพถึงก่อน เป็นสึงประเสริฐสุด เป็น ประธาน เพื่อประโยชน์แก่การได้ เฉพาะซึ่งกุศลอันเป็นไปในภูมิ ๔. บทว่า วิวิจฺเจว กาเมหิ ความว่า สงัด คือเว้น คือหลีกออก จากกามทั้งหลาย ก็อักษรว่า เอว ในว่า วิวิจฺเจว นี้นั้น พึงทราบ ว่า มีเนื้อความอันแน่นอน ก็เพราะมีเนื้อความอันแน่นอน ฉะนั้น ท่าน จึงแสดงความที่กามทั้งหลายแม้ไม่มีอยู่ในเวลาเข้าปฐมฌานเป็นปฏิปักษ์ต่อ ปฐมฌานนั้น และความบรรลุปฐมฌานนั้น ด้วยการสละกามนั่นเอง. อย่างไร ก็เมื่อกระทำความแน่นอนอย่างนี้ว่า วิวิจฺเจว กาเมหิ ดังนี้ ปฐมฌานนี้ย่อมปรากฏ กามทั้งหลายยังเป็นปฏิปักษ์ต่อฌานนี้แน่ เมื่อกาม เหล่าใดมีอยู่ ปฐมฌานนี้ย่อมไม่เป็นไป เหมือนเมื่อความมืดมีอยู่ แสงสว่าง แห่งประทีปก็ไม่มี การบรรลุปฐมฌานนั้นย่อมมีด้วยการสละก้ามเหล่านั้น นั่นแล เหมือนสละฝั่งในถึงฝั่งนอกฉะนั้น เพราะฉะนั้น ท่านจึงกระทำ ความแน่นอน. ในเรื่องนั้น พึงมีคำถามว่า เหตุไรความแน่นอนนี้ ท่านจึง กล่าวไว้ในบทแรกเท่านั้น ไม่กล่าวในบทหลัง บุคคลแม้ไม่สงัดจากอกุศล ธรรมทั้งหลาย จะพึงเข้าปฐมฌานอยู่หรือ ก็ข้อนี้อย่าพึงเห็นอย่างนั้นเลย ด้วยว่าท่านกล่าวความแน่นอนในบทแรกเท่านั้น โดยการออกไปจากกาม นั้น ก็ฌานนี้เป็นเครื่องออกไปของกามทั้งหลายนั้นแล เพราะก้าวล่วงด้วย ดีซึ่งกามธาตุ และเพราะเป็นปฏิปักษ์ต่อกามราคะ. เหมือนอย่างที่ท่านกล่าว ว่า :- การออกไปแห่งกามทั้งหลายคือเนกขัมมะ. ก็แม้ในบทหลังท่านพึง กล่าว เหมือนที่นำอักษร เอว มากล่าวไว้ในข้อนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมณะที่ ๑ ในศาสนานี้นั่นเทียว สมณะที่ ๒ ในศาสนานี้ดังนี้. เพราะไม่ อาจที่จะเข้าฌานอยู่ โดยไม่สงัดจากอกุศลธรรมกล่าวคือนิวรณ์แม้อื่น ๆ จาก นี้ได้ ฉะนั้น พึงเห็นความนี้แม้ทั้งสองบทอย่างนี้ว่า สงัดจากกามทั้งหลาย นั่นเทียว สงัดจากอกุศลธรรมทั้งหลายนั้นเทียว. ก็ตทังควิเวก วิกขัมภน- วิเวก สมุจเฉทวิเวก ปฏิปัสสัทธิวิเวก นิสสรณวิเวก และจิตตวิเวก กายวิเวก อุปธิวิเวก ย่อมถึงความสงเคราะห์ด้วยคำอันเป็นสาธารณะนี้ว่า สงัด ก็จริง อยู่ แม้ถึงอย่างนั้น กายวิเวก จิตตวิเวก วิกขัมภนวิเวก ก็พึงเห็นในกาล อันเป็นส่วนเบื้องต้น. กายวิเวก จิตตวิเวก สมุจเฉทวิเวก และนิสสรณวิเวก พึงเห็นในขณะแห่งโลกุตตรมรรค.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน