เล่มที่ 65
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า :- สัตว์เหล่านั้น ปรารถนา ขวนขว...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 200
เนื้อหา
เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า :- สัตว์เหล่านั้น ปรารถนา ขวนขวายหลงใหลอยู่ ในกามทั้งหลาย เป็นผู้ตกต่ำ ตั้งอยู่ในธรรมอันไม่เสมอ ถึงทุกข์เข้าแล้วย่อมรำพันอยู่ว่า เราทั้งหลายเคลื่อนจากภพ นี้แล้ว จักเป็นอะไรหนอ. เพราะฉะนั้นแล สัตว์ผู้เกิดมา พึงศึกษาในศาสนา นี้แหละ พึงรู้กรรมอันไม่เสมออย่างใดอย่างหนึ่งในโลก ว่าเป็นกรรมอันไม่เสมอ ไม่พึงประพฤติกรรมอันไม่เสมอ เพราะเหตุแห่งกรรมอันไม่เสมอนั้น นักปราชญ์ทั้งหลาย ได้กล่าวชีวิตนี้ ว่าเป็นของน้อย. คำว่า เพราะฉะนั้นแล สัตว์ผู้เกิดมา พึงศึกษาใน ศาสนานี้แหละ มีความว่า คำว่า เพราะฉะนั้น คือ เพราะฉะนั้น เพราะการณ์นั้น เพราะเหตุนั้น เพราะปัจจัยนั้น เพราะนิทานนั้น คือ เพราะเห็นโทษนั้นในกามทั้งหลาย. คำว่า พึงศึกษา มีความว่า พึง ศึกษาสิกขาทั้ง ๓ คือ อธิศีลสิกขา ๑ อธิจิตตสิกขา ๑ อธิปัญญา สิกขา ๑ อธิศีลสิกขา เป็นไฉน ? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีศีล สำรวม แล้วด้วยการสำรวมในปาติโมกข์ ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร เห็นภัย ในโทษมีประมาณเล็กน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ศีลขันธ์ น้อย ศีลขันธ์ใหญ่ ศีล ที่ตั้ง เบื้องต้น ความประพฤติ ความสำรวม ความระวังปาก ประธานแห่งความถึงพร้อมด้วยกุศลธรรมทั้งหลาย นี้เรียก ว่า อธิศีลสิกขา อธิจิตตสิกขา เป็นไฉน ? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ สงัดจากกาม สงัด จากอกุศลธรรมทั้งหลายบรรลุปฐมฌาณ มีวิตก มีวิจาร มีปีติและสุขเกิด แต่วิเวกอยู่ เพราะวิตกและวิจารสงบไปจึงบรรลุทุติยฌาน มีความผ่องใส แห่งใจในภายใน เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีปีติและ สุขเกิดแต่สมาธิอยู่. เพราะปีติสิ้นไปจึงมีอุเบกขา มีสติสัมปชัญญะ เสวยสุข ด้วยนามกาย บรรลุตติยฌานที่พระอริยะทั้งหลายสรรเสริญว่า ผู้ได้ฌานนี้ เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุข เพราะละสุขและทุกข์ และดับโสมนัส โทมนัสก่อน ๆ ได้ จึงบรรลุจตุตถฌาน ไม่มีทุกข์ ไม่มีสุข มีอุเบกขาเป็น เหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ นี้เรียกว่า อธิจิตตสิกขา.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน