เล่มที่ 64

พระนางมัทรีราชกัญญากราบทูลพระภัสดาอย่างนี้แล้ว เมื่อจะทรงพรร...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 448


เนื้อหา

พระนางมัทรีราชกัญญากราบทูลพระภัสดาอย่างนี้แล้ว เมื่อจะทรงพรรณนา ถึงหิมวันตประเทศ ซึ่งเป็นประหนึ่งว่าได้เคยทอดพระเนตรเห็นแล้วจึงตรัสว่า เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นกุมารทั้งสองนี้ ผู้ มีเสียงอันไพเราะ พูดจาน่ารัก นั่งอยู่ที่พุ่มไม้ในป่า เล่นอยู่ที่พุ่มไม้ในป่า จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระกุมารทั้งสองนี้ ผู้มี เสียงไพเรา พูดจาน่ารัก เล่นอยู่ที่พุ่มไม้ในป่า จัก ไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ, เมื่อพระองค์ทอดพระ- เนตรเห็นพระกุมารทั้งสองนี้ ผู้มีเสียงไพเราะ พูดจา น่ารัก ที่อาศรมรัมณียสถาน จักไม่ทรงระลึกถึงราช สมบัติ, เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระกุมารทั้ง สองนี้ ผู้มีเสียงไพเราะ พูดจาน่ารัก เล่นอยู่ ณ อาศรมรัมณียสถาน จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ, เมื่อพระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระกุมารทั้งสองนี้ ทรงมาลาประดับพระองค์ ณ อาศรมรัมณียสถาน จัก ไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ, เมื่อพระองค์ทอดพระเนตร เห็นพระกุมารทั้งสองนี้ ทรงมาลาประดับพระองค์ เล่นอยู่ ณ อาศรมเป็นที่รื่นรมย์ จักไม่ทรงระลึกถึงราช สมบัติ เมื่อใดพระองค์ทอดพระเนตรเห็นกุญชรชาติ มาตังคะ อายุล่วง ๖๐ ปี เที่ยวอยู่ในป่าตัวเดียว เมื่อ นั้นจักทรงระลึกถึงราชสมบัติ, เมื่อใด พระองค์ทอด พระเนตรเห็นกุญชรชาติมาตังคะ มีวัยล่วง ๖๐ ปี เที่ยวไปในเวลาเย็น ในเวลาเช้า เมื่อนั้นจักไม่ทรง ระลึกถึงราชสมบัติ, เมื่อใด กุญชรชาติมาตังคะ มีวัย ล่วง ๖๐ ปี เดินนำหน้าโขลงช้างพังไป ส่งเสียงร้อง กึกก้องโกญจนาท พระองค์ได้ทรงสดับเสียงร้องของ ช่างที่บันลือก้องอยู่นั้น เมื่อนั้นจักไม่ทรงระลึกถึงราช สมบัติ, เมื่อใดพระองค์ผู้พระราชทานความใคร่แก่ หม่อมฉัน ทอดพระเนตรชัฏไพรเป็นหมู่ไม้ทั้ง ๒ ข้าง มรรคา อันเกลื่อนไปด้วยพาลมฤค เมื่อนั้นจักไม่ทรง ระลึกถึงราชสมบัติ, พระองค์จักทอดพระเนตรเห็น มฤคผู้มาเป็นแถว ๆ แถวละ ๕ ตัว และเหล่ากินนร ผู้ฟ้อนอยู่ในเวลาเย็น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ, เมื่อใดพระองค์ได้ทรงฟังเสียงกึกก้องแห่งกระแสใน แม่น้ำไหล และเสียงขับร้องแห่งฝูงกินนร เมื่อนั้น พระองค์จักระลึกถึงราชสมบัติ, เมื่อใดพระองค์ทรง สดับเสียงร้องของนกเค้าที่เที่ยวอยู่ตามซอกเขา เมื่อ นั้นพระองค์จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ, เมื่อใด พระองค์จักได้ทรงสดับเสียงแห่งสัตว์ร้ายในป่า คือ ราชสีห์ เสือโคร่ง แรด โคลาน เมื่อนั้นก็จักไม่ทรง ระลึกถึงราชสมบัติ, เมื่อใดพระองค์ได้ทอดพระเนตร เห็นนกยูงผู้ปกคลุมด้วยแพนทางจับอยู่ที่ยอดเขาเกลื่อน ไปด้วยนางนกยูงทั้งหลายรำแพนอยู่ เมื่อนั้นจักไม่ ทรงระลึกถึงราชสมบัติ, เมื่อใดพระองค์ได้ทอดพระ- เนตรนกยูงผู้เกลื่อนด้วยฝูงนางนกยูง มีแพนหางอัน วิจิตรรำแพนอยู่ เมื่อนั้นจักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ, เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรนกยูงมีขนคอเขียวมี หงอนเลื่อนไปด้วยฝูงนางนกยูงรำแพนอยู่ เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึก ถึงราชสมบัติ. เมื่อใดพระองค์ทอด พระเนตรเห็นเหล่าพฤกษชาติอันบานแล้ว ส่งกลิ่นหอม ฟุ้งในเหมันตฤดู และพื้นดินเขียวชอุ่มปกคลุมไปด้วย แมลงค่อมทองในเดือนเหมันต์ เมื่อนั้นจักไม่ทรงระลึก ถึงราชสมบัติ, เมื่อใดพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็น รุกขชาติอันมีดอกบานสะพรั่ง คืออัญชันเขียวที่กำลัง ผลิยอดอ่อน ต้นโลท และบัวบกมีดอกบ้านสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมฟุ้งในเหมันตฤดู เมื่อนั้นก็จักไม่ทรง ระลึกถึงราชสมบัติ. เมื่อใดพระองค์ได้ทอดพระเนตร เห็นหมู่ไม่มีดอกบานสะพรั่ง และปทุมชาติมีดอกร่วง หล่นในเดือนฤดูเหมันต์ เมื่อนั้นก็จักไม่ทรงระลึก ถึงราชสมบัติ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน