เล่มที่ 64

ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่ท่านยังไม่สมควรจะ โกรธเคืองเพราะข้าพเจ้ามิ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 401


เนื้อหา

ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่ท่านยังไม่สมควรจะ โกรธเคืองเพราะข้าพเจ้ามิได้มาเพื่อขอทาน การพบ เห็นอริยชนเป็นความดี การอยู่ร่วมกับอริยชนเป็นสุข ทุกเมื่อ พระเวสสันดรสีพีราชเสด็จพลัดพรากจาก ชาวสีพีมา ข้าพเจ้ายังมิได้เห็นเลย ข้าพเจ้ามาเพื่อจะ เยี่ยมเยียนพระองค์ ถ้าพระคุณเจ้าทราบสถานที่ประทับ โปรดแจ้งแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด. ดาบสกล่าวว่า ดูก่อนมหาพราหมณ์ นั่นภูเขาคันธ- มาทน์อันล้วนแล้วด้วยหิน พระเวสสันดรเจ้า พร้อม ด้วยพระโอรสพระธิดาและพระมเหสี ทรงเพศนักบวช อันประเสริฐ ทรงขอสำหรับสอยผลไม้ เครื่องบูชาไฟ และชฎา ทรงนุ่งห่มหนังเสือ บรรทมเหนือแผ่นดิน ทรงบูชาไฟ ประทับอยู่ ณ อาศรมใด เมื่อท่านบ่ายหน้า เดินไปทางทิศอุดร จะได้เห็นอาศรมนั้น นั้นหมู่ไม้ เขียวชะอุ่ม ทรงผลต่างๆ ปรากฏดังภูเขาอัญชนบรรพต เขียวชะอุ่ม มียอดสูงตระหง่าน คือ ไม้ตะแบก หูกวาง ไม้ตะเคียน ไม้รัง ไม้ตะคร้อ ไม่ยางทรายย่อมหวั่น ไหวไปตามลม ดังมาณพดื่มสุราคราวเดียวก็ซวนเซ ไปมาอยู่ ฉะนั้น ท่านจะได้ฟังเสียงฝูงนกอันจักอยู่บน กิ่งไม้ ปานดังเสียงเพลงทิพย์ คือ นกโพระดก นก ดุเหว่า นกกระจงส่งเสียงร้องบินจากต้นไม้โน่นมาสู่ ต้นไม้นี้ ทั้งหมู่ไม้ที่ต้องลมพัดสะบัดกิ่งและใบเสียดสี กัน คล้ายกับจะเรียกคนผู้กำลังเดินทางไปให้หยุด และเหมือนดังชักชวนผู้จะผ่านให้ยินดีชื่นชมพักผ่อน พระเวสสันดรเจ้า พร้อมด้วยพระโอรสพระธิดาและ พระมเหสี ทรงเพศเป็นนักบวชอันประเสริฐ ทรงขอ สำหรับสอยผลไม้ เครื่องบูชาไฟและใส่ชฎา ทรง นุ่งห่มหนังสือ บรรทมเหนือแผ่นดิน ทรงบูชาไฟ ประทับอยู่ ณ อาศรมใด เมื่อท่านบ่ายหน้าเดินทางไป ทางทิศอุดรจะได้เห็นอาศรมนั้น ที่ภูมิภาคอันน่ารื่น- รมย์ใจ มีดอกกุ่มตกอยู่เรี่ยราด พื้นแผ่นดินเขียวชะอุ่ม ไปด้วยหญ้าแพรก ณ ที่นั้นไม่มีธุลีฟุ้งขึ้นเลย หญ้านั้น มีสีเขียวคล้ายขนคอนกยูงเปรียบด้วยสัมผัสแห่งสำลี หญ้าทั้งหลายโดยรอบ ยาวไม่เกิน ๔ องคุลี ต้นมะม่วง ต้นชมพู่ ต้นมะขวิดและมะเดื่อ มีผลสุก ๆ อยู่ในที่ ต่ำ ๆ ป่าไม้นั้นเป็นที่ให้เจริญความยินดี เพราะมีหมู่ไม้ ผลบริโภคได้เป็นอันมาก น้ำใสสะอาดกลิ่นหอมดี สี ดังแก้วไพฑูรย์ เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงปลา ไหลหลั่ง มาในป่านั้น ภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์ใจในที่ไม่ไกล อาศรมนั้น มีสระโบกขรณีดารดาษไปด้วยปทุมชาติ และอุบล เหมือนดังที่มีอยู่ในนันทวันของทวยเทพ ดูก่อนพราหมณ์ ในสระนั้นมีอุบลชาติ ๓ ชนิด คือ เขียว ขาว และแดง งามวิจิตรมากมาย. พระดาบสกล่าวว่า [๑๑๕๐] ในสระนั้นมีปทุมชาติดาษดื่น สีขาว ดังผ้าโขมพัสตร์ สระนั้นชื่อว่า มุจลินท์ ดารดาษไป ด้วยอุบลขาว จงกลณี และผักทอดยอด อนึ่งเล่า ปทุมชาติในสระนั้นมีดอกบานสะพรั่ง ปรากฏหา กำหนดประมาณมิได้ บ้างก็บานในคิมหันตฤดู บ้าง ก็บานในเหมันตฤดู ปรากฏเหมือนตั้งอยู่ในน้ำลึก ประมาณเพียงเข้า ปทุมชาติอันงามวิจิตรชูดอกสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตระหลบไป หมู่ภมรโผผินบินว่อน เสียงวู่ ๆ อยู่โดยรอบ เพราะกลิ่นหอมแห่งบุปผชาติ. ดูก่อนพราหมณ์ อนึ่งเล่า ที่ใกล้ขอบ สระนั้นมีต้นไม้หลากหลายขึ้นออกสะพรั่ง คือ ต้น กระทุ่ม ต้นแคฝอย และต้นทองหลาง ผลิดอกออก สะพรั่ง ไม้ปรู ไม่ทราก ต้นปาริชาตดอกบานสะพรั่ง ต้นกากะทิง ต้นไม้เหล่านี้มีอยู่ที่สองฟากปากสระมุจ- ลินท์ ต้นซึก ต้นแคขาว บัวบก ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไป ต้นคนทิสอ ต้นคนทิเขมา และต้นประดู่มีอยู่ ณ ที่


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน