เล่มที่ 64
พระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะทรงประกาศความนั้นจึงได้ตรัสว่า ปุณ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 289
เนื้อหา
บุรุษคนใช้นั้น นำม้าสินธพมาในขณะนั้นนั่นเอง ปุณณกยักษ์ ขึ้นขี่ ม้าสินธพอาชาไนยนั้น เหาะไปสู่สำนักของท้าวเวสวัณโดยทางอากาศ แล้ว พรรณนาภพแห่งนาค แล้วบอกเรื่องนั้น. พระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะทรงประกาศความนั้นจึงได้ตรัสว่า ปุณณยักษ์ผู้ประดับประดาแล้ว แต่งผมและ หนวดดีแล้ว ขึ้นม้าอันเป็นพาหนะของเทวดา เหาะ ไปในอากาศกลางหาว ปุณณกยักษ์นั้น กำหนัดแล้ว ด้วยกามราคะ ปรารถนานางอิรันทตีนาคกัญญา ไป ทูลท้าวกุเวรเวสวัณผู้เรืองยศ ซึ่งเป็นใหญ่แห่งหมู่ยักษ์ ว่า ภพนาคนั้นเขาเรียกชื่อว่าโภควดีนครบ้าง วาส- นครบ้าง หิรัญญวดีนครบ้าง เป็นเมืองที่บุญกรรม นิรมิต ล้วนแต่ทองคำ สำเร็จแก่พระยานาคผู้บริบูรณ์ ด้วยโภคทรัพย์ทุกอย่าง ป้อมและเชิงเทิน สร่างโดย สัณฐานคออูฐ ล้วนแล้วด้วยแก้วแดงและแล้วลาย ใน นาคพิภพนั้น มีปราสาทล้วนแล้วด้วยหิน มุงด้วย กระเบื้องทองในนาคพิภพนั้น มีไม้มะม่วง ไม้หมาก เม่า ไม้หว้า ไม้ตีนเป็ด ไม้จิก ไม้การะเกด ไม้ ประยงค์ ไม้ราชพฤกษ์ ไม้มะม่วงหอม ไม้ชะเบา ไม้ยางทราย ไม่จำปา ไม้กากะทิง มะลิซ้อน มะลิ ลา และไม้ละเบา ต้นไม้ในนาคพิภพเหล่านี้มีกิ่งต่อ กันและกัน งามยิ่งนัก ในนาคพิภพนั้น มีต้นอินท- ผาลัม อันสำเร็จด้วยแก้วอินทนิล มีดอกและผลล้วน ไปด้วยทองเนืองนิตย์ ท้าววรุณนาคราชผู้มีฤทธิ์มาก เป็นผู้ผุดขึ้นเกิดอยู่ในนาคพิภพนั้น มเหสีของพระ ยานาคราชนั้น กำลังรุ่นสาว ทรงพระนามว่าวิมลา มีพระรูป พระโฉมอันประกอบด้วยสิริ งดงามดังก้อน ทองคำ สะโอดสะองดังหน่อเถาจิงจ้อดำ พระถันทั้ง คู่มีสัณฐานดังผลมะพลับ น่าดูยิ่งนัก พระฉวีวรรณ แดงดังน้ำครั่ง เปรียบเหมือนดอกกรรณิการ์อันแย้ม บาน เปรียบดังนางอัปสร ผู้อยู่ในสวรรค์ชั้นไตรทศ หรือเปรียบเหมือนสายฟ้าอันแลบออกจากกลีบเมฆ ข้าพระองค์ผู้เป็นใหญ่ พระนางวิมลานั้น ทรงแพ้พระ- ครรภ์ ทรงปรารถนาดวงหทัยของวิธุรบัณฑิต ข้า- พระองค์ จะถวายดวงหทัยของวิธุรบัณฑิต แก่ท้าว วรุณนาคราชและพระนางวิมลา เพราะการนำดวงหทัย ของวิธุรบัณฑิตไปถวายแล้ว ท้าววรุณนาคราช และ พระนางวิมลา จะพระราชทานพระนางอิรันทตีราช ธิดาแก่ข้าพระองค์.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน