เล่มที่ 64
เมื่อพระนางรุจาราชธิดาจะทรงแสดงชาติอื่น ๆ จึงทูลว่า ข้าแต่พร...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 206
เนื้อหา
เมื่อพระนางรุจาราชธิดาจะทรงแสดงชาติอื่น ๆ จึงทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉัน จุติจากชาติเป็นลิงนั้นแล้ว ได้เกิดเป็นโคในทสันนรัฐ ถูกเขาตอน มีกำลังแข็งแรง กระหม่อมฉันต้องเทียม ยานอยู่สิ้นกาลนาน นั่นเป็นผลของกรรม คือ การที่ กระหม่อมฉันคบชู้ภรรยาผู้อื่น ข้าแต่พระองค์ผู้ครอง วิเทหรัฐ กระหย่อมฉันจุติจากชาติเป็นโคนั้นแล้ว มา บังเกิดเป็นกระเทยในตระกูลที่มีโภคสมบัติมากในแคว้น วัชชี จะได้เกิดเป็นมนุษย์ยากจริงๆ นั่นเป็นผลแห่ง กรรม คือ การที่กระหม่อมฉันคบชู้ภรรยาผู้อื่น ข้า แต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ กระหม่อมฉันจุติจากชาติ เป็นกระเทยนั้นแล้ว ได้ไปบังเกิดเป็นนางอัปสรใน นันทนวัน ณ ดาวดึงส์พิภพ มีวรรณะน่าใคร่ มีผ้าและ อาภรณ์อันวิจิตร สวมกุณฑลแก้วมณี เป็นผู้ฉลาดใน การฟ้อนรำขับร้อง เป็นบาทบริจาริกาของท้าวสักกะ ข้าแต่พระองค์ผู้ครองวิเทหรัฐ เมื่อกระหม่อนฉันอยู่ใน ดาวดึงส์พิภพนั้น ระลึกชาติแม้ในอนาคตได้อีก ๗ ชาติ ที่กระหม่อมฉันจุติจากดาวดึงส์พิภพนั้นแล้ว จักไปเกิด ต่อไป กุศลที่กระหม่อมฉันทำไว้ในเมืองโกสัมพีตาม มาให้ผล กระหม่อมฉันจุติจากดาวดึงส์พิภพนั้นแล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ ข้าแต่พระมหาราชา กระหม่อมฉันเป็นผู้อันชนทั้งหลายสักการะแล้วเป็น นิตย์ตลอด ๗ ชาติ กระหม่อมฉันไม่พ้นจากความเป็น หญิงตลอด ๖ ชาติ ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐชาติที่ ๗ กระหม่อมฉันจักได้เกิดเป็นเทวดาผู้ชาย เป็นเทพบุตร ผู้มีฤทธิ์มาก เป็นผู้สูงสุดในหมู่เทวดา แม้วันนี้นาง อัปสรทั้งหลายก็ยังร้อยดอกไม้เป็นพวงมาลัย อยู่ใน นันทนวัน เทพบุตรนามว่าชวะสามีกระหม่อมฉัน ยัง รับพวงมาลัยอยู่ ๑๖ ปีในมนุษย์นี้ราวครู่หนึ่งของ เทวดา ๑๐๐ ปีในมนุษย์เป็นคืนหนึ่งวันหนึ่งของเทวดา ดังที่ได้กราบทูลให้ทรงทราบมานี้ กรรมทั้งหลายย่อม ติดตามไปทุก ๆ ชาติ แม้ตั้งอสงไขยด้วยว่ากรรมจะ เป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วก็ตาม (ยังไม่ให้ผลแล้ว) ย่อม ไม่พินาศไป.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน