เล่มที่ 64
ก็แล สุทัสสนะ ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว จึงเหยียดมือร้องเรียกน้...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 66
เนื้อหา
ก็แล สุทัสสนะ ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว จึงเหยียดมือร้องเรียกน้องหญิง ในท่ามกลางมหาชนนั่นแล ด้วยคำว่า น้องหญิงอัจจิมุขี เจ้าจงออกจากภาย ในชฎาของพี่มายืนอยู่ในฝ่ามือของพี่. นางอัจจิมุขีผู้นั่งอยู่ภายในชฎานั่นแล ได้ยินเสียงเรียกของสุทัสสนะ พี่ชายยังฝนลูกกบให้ตกถึง ๓ ครั้งแล้ว จึงออกจากภายในชฎา นั่งอยู่ที่จะงอยบ่า กระโดดจากนั้น ยืนอยู่บนฝ่ามือของสุทัสสนะพี่ชาย แล้วทำหยาดพิษ ๓ หยาด ให้ตกแล้วเข้าไปภายในชฎาของสุทัสสนะอีกตามเดิม. สุทัสสนะยืนถือพิษอยู่แล้ว ประกาศเสียงดังขึ้นว่า ชาวชนบทจักพินาศหนอ. เสียงของสุทัสสนะได้ดังกลบ นครพาราณสีถึง ๑๒ โยชน์. ลำดับนั้น พระราชาจึงตรัสถามเขาว่า ชนบทจัก พินาศเพื่ออะไร. สุทัสสนะทูลว่าดูก่อนมหาบพิตรอาตมาไม่เห็นที่หยดของพิษนี้. พระราชา เจ้าจงหยดพิษที่แผ่นดินใหญ่เถิด. ลำดับนั้น สุทัสสนะ เมื่อจะห้าม พระราชาว่า อาตมภาพไม่สามารถ หยดพิษบนแผ่นดินใหญ่นั้น มหาบพิตร จึงกล่าวคาถาว่า ดูก่อนมหาบพิตร ถ้าอาตมภาพจัดหยดพิษลงบน แผ่นดินไซร้ มหาบพิตรจงทราบเถิดว่า ต้นหญ้า ลดาวัลย์ และต้นยาทั้งหลาย พึงเหี่ยวแห้งไปโดยไม่ ต้องสงสัย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ติณลตานิ ความว่า หญ้า เถาวัลย์ และต้นยาทั้งปวงที่อาศัยแผ่นดินก็จะพึงเหี่ยวแห้งไป เพราะเหตุนั้น อาตมภาพ จึงไม่อาจหยดพิษบนแผ่นดินได้. พระราชาตรัสว่า ดูก่อนพ่อ ถ้าเช่นนั้นท่านจง ขว้างขึ้นไปบนอากาศ. สุทัสสนะ. เมื่อจะแสดงว่า ถึงในอากาศนั้น ก็ไม่อาจ ขว้างหยดพิษขึ้นไปได้ จึงกล่าวคาถาว่า ดูก่อนมหาบพิตร ถ้าอาตมภาพจักขว้างพิษขึ้น บนอากาศ มหาบพิตรจงทราบเถิดว่า ฝนและน้ำค้าง จะไม่ตกลงตลอด ๗ ปี.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน