เล่มที่ 63
มโหสถบัณฑิตได้สดับดังนั้น คิดว่า พระราชาพระองค์นี้ทรงลำบาก เ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 383
เนื้อหา
มโหสถบัณฑิตได้สดับดังนั้น คิดว่า พระราชาพระองค์นี้ทรงลำบาก เหลือเกิน ถ้าเราไม่เล้าโลมพระองค์ให้สบายพระหฤทัย พระองค์จักมีพระ- หฤทัยแตกสิ้นพระชนมชีพ จึงได้กราบทูลเล้าโลม. พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น ตรัสว่า แต่นั้น มโหสถผู้เป็นบัณฑิตมีปัญญาเห็นประ- โยชน์ เห็นพระเจ้าวิเทหราชถึงความทุกข์ จึงได้ กราบทูลคำนี้ว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอพระองค์ อย่าตกพระหฤทัยกลัวเลย ข้าแต่พระองค์ผู้องอาจใน ทางรถ ขอพระองค์อย่าตกพระหฤทัยกลัวเลย ข้า พระองค์จักเปลื้องพระองค์ผู้ดุจดวงจันทร์หรือดวง อาทิตย์อันราหูจับแล้ว หรือดุจช้างจมติดในเปือกตม หรือดุจงูติดอยู่ในกระโปรง หรือดุจนกติดอยู่ในกรง หรือเหล่าปลาอยู่ในข่าย ผู้มีพลและพาหนะคุมล้อม อยู่ให้พ้นจากความลำเค็ญ ข้าพระองค์จักยังกองทัพ ปัญจาละให้หนีไป ดุจไล่ฝูงกาด้วยก้อนดิน ข้าพระ- องค์มิได้เปลื้องพระองค์ ผู้เสด็จอยู่ในที่คับขันให้พัน จากทุกข์ ชื่อว่าปัญญาของข้าพระองค์นั้นจะมี ประโยชน์อะไร หรือบุคคลเช่นข้าพระองค์นั้นเป็น อมาตย์จะมีประโยชน์อะไร. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อิทํ ความว่า มโหสถเมื่อเล้าโลมพระเจ้า วิเทหราชให้สบายพระหฤทัย ประหนึ่งทำเมฆฝนให้ตกในป่าไฟไหม้ ได้ กราบทูลคำนี้ว่า มา ตฺวํ ภายิ มหาราช เป็นต้น. บทว่า สนฺนํ ใน คาถานั้น แปลว่า ติดอยู่. บทว่า เปฬพนฺธํ ได้แก่ งูที่อยู่ภายในกระโปรง. บทว่า ปญฺจาลํ ได้แก่ กองทัพปัญจาละซึ่งเป็นกองทัพของพระเจ้าปัญจาลราช แม้ใหญ่อย่างนี้. บทว่า พาหยิสฺสามิ แปลว่า จักให้หนีไป. บทว่า อาทู เป็นนิบาตในอรรถว่าชื่อ ความว่า ชื่อว่าปัญญาของข้าพระองค์จะมีประโยชน์ อะไร. บทว่า อมจฺโจ วาปิ ตาทิโส ความว่า หรืออมาตย์ผู้สมบูรณ์ ด้วยปัญญาเช่นนั้นเพราะเป็นผู้ประกอบด้วยปัญญา ผู้เปลื้องพระองค์ที่ถูกความ ตายเบียดเบียนอยู่อย่างนี้ให้พ้นจากทุกข์ไม่ได้ จะมีประโยชน์อะไร ข้าแต่ พระมหาราชเจ้า พระองค์โปรดสำคัญว่า มโหสถนี้ชื่อว่ามาก่อน มาเพื่อ ประโยชน์อะไร ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอพระองค์อย่าตกพระหฤทัยกลัวเลย ข้าพระองค์จักเปลื้องพระองค์ให้พ้นจากทุกข์นี้ มโหสถบัณฑิตเล้าโลมพระเจ้า วิเทหราชให้สบายพระหฤทัย ด้วยประการฉะนี้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน