เล่มที่ 63
เทวินทะกราบทูลว่า พวกเราจงเอาไฟเผาเสียตั้งแต่ประตู หรือจงจับ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 381
เนื้อหา
เทวินทะกราบทูลว่า พวกเราจงเอาไฟเผาเสียตั้งแต่ประตู หรือจงจับ มีดฆ่ากันและกันละชีวิตเสียพลัน ถ้ามโหสถไม่ สามารถจะปลดเปลื้องพวกเราโดยง่าย. อนึ่ง บรรดาอาจารย์ทั้ง ๔ เทวินทะคิดว่า พระราชานี้ทรงทำอะไร มาตรัสถามพวกเรา ในเมื่อไฟมีอยู่มาทรงเป่าหิงห้อย ยกมโหสถบัณฑิตเสียแล้ว คนอื่นจะสามารถทำความสวัสดีแก่พวกเราในเวลานี้ย่อมไม่มี พระองค์ไม่ตรัส ถามมโหสถ มาตรัสถามพวกเรา พวกเราจะรู้อะไร คิดฉะนี้แล้ว เมื่อไม่เห็น อุบายอื่น จึงกล่าวคำที่เสนกะกล่าวแล้วนั่นเอง เมื่อจะสรรเสริญมโหสถ จึง กล่าวบททั้ง ๒ ว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ความประสงค์ในเรื่อง นั้นเป็นดังนี้ พวกเราทั้งหมดจะวิงวอนมโหสถนั่นแหละ ก็ถ้าว่าแม้เมื่อวิงวอน มโหสถก็ไม่สามารถจะปลด- เปลื้องพวกเราโดยง่าย ภายหลังพวกเราจักทำตามคำ เสนกะ. พระเจ้าวิเทหราชได้ทรงสดับคำของเทวินทะดังนั้น ทรงระลึกถึงโทษ ที่พระองค์ได้ทำแก่พระโพธิสัตว์ในกาลก่อน ก็ไม่ทรงสามารถจะตรัสกับมโหสถ ทรงคร่ำครวญจนมโหสถได้ยินถนัด ตรัสว่า บุคคลแสวงหาแก่นของต้นกล้วย ย่อมไม่ได้ ฉันใด เราทั้งหลายแสวงหาอุบายเครื่องพ้นจากทุกข์ ก็ย่อมไม่ประสบปัญหานั้น ฉันนั้น บุคคลแสวงหา แก่นแห่งไม้งิ้ว ย่อมหาไม่ได้ ฉันใด เราทั้งหลาย แสวงหาอุบายเครื่องพ้นจากทุกข์ ย่อมไม่ประสบปัญ- หานั้น ฉันนั้น การอยู่ของต่างทั้งหลายในสถานที่ ไม่มีน้ำ ชื่อว่าอยู่ในที่มิใช่ประเทศ เพราะว่าช้าง เหล่านั้นอยู่ในสถานที่อันไม่มีน้ำ ชื่อว่ามิใช้ประเทศ ย่อมตกอยู่ในอำนาจของปัจจามิตรเร็วพลัน ฉันใด แม้การที่เราทั้งหลายอยู่ในที่ใกล้ของมนุษย์ชั่ว เป็นคน พาลหาความรู้มิได้ ก็ชื่อว่าอยู่ในสถานที่มิใช่ประเทศ ฉันนั้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน