เล่มที่ 63
มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัสถาม ตาม ที่ทราบวิบากแห่งสัตว์...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 229
เนื้อหา
มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัสถาม ตาม ที่ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบุญทั้งหลาย แด่พระราชา ไม่ทรงทราบว่า อัปสรเหล่านั้นเมื่อยังอยู่ในมนุษย- โลกเป็นอุบาสิกาผู้มีศีล ยินดีในทาน มีจิตเลื่อมใส เป็นนิตย์ตั้งอยู่ในสัจจะ ไม่ประมาทในการรักษา อุโบสถ เป็นผู้สำรวมและจำแนกทาน จึงมาบันเทิง อยู่ในวิมาน. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พฺยมฺหํ แปลว่า วิมาน มีคำอธิบายว่า ปราสาท. บทว่า ผลิกาสุ ได้แก่ ฝาแก้วผลึก คือฝาที่แล้วด้วยแก้วมณีขาว. บทว่า นารีวรคณากิณฺณํ ได้แก่ เกลื่อนไปด้วยหมู่อัปสรผู้ประเสริฐ. บทว่า กูฏาคารวิโรจิตํ ความว่า สะสม คือรวบรวม คือเจริญด้วยเรือนยอดอันประ- เสริฐทั้งหลาย. บทว่า อุภยํ ความว่า งดงามด้วยการฟ้อนรำและการขับร้อง ทั้งสองอย่าง. บทว่า ยา กาจิ นี้ ท่านกล่าวโดยไม่กำหนดก็จริง ถึงอย่างนั้น ก็พึงทราบอัปสรเหล่านั้นว่า เป็นอุบาสิกาในกรุงพาราณสี ในกาลแห่งพระ- กัสสปพุทธเจ้า ได้รวมกันเป็นคณะกระทำบุญทั้งหลาย ซึ่งมีประการดังกล่าว แล้วในหนหลังเหล่านั้น จึงถึงสมบัตินั้น. ลำดับนั้น มาตลีเทพสารถีนั้นขับรถต่อไป แสดงวิมานแก้วมณีวิมาน หนึ่งแต่พระเจ้าเนมิราช วินานแก้วมณีนั้น ประดิษฐานอยู่ในภูมิภาคที่ราบเรียบ สมบูรณ์ด้วยส่วนสูง เปล่งรัศมีดุจมณีบรรพต กึกก้องด้วยการฟ้อนรำขับร้อง และประโคม เกลื่อนไปด้วยเทพบุตรเป็นอันมาก พระเจ้าเนมิราชทอด พระเนตรเห็นดังนั้น จึงตรัสถามถึงกุศลกรรมของเทพบุตรเหล่านั้น แม้มาตลี เทพสารถีนอกนี้ก็ได้ทูลบอกแด่พระองค์ วิมานอันบุญญานุภาพตกแต่งแล้วนี้ ประกอบ ด้วยภูมิภาคน่ารื่นรมย์ จัดสรรไว้เป็นส่วน ๆ เปล่ง แสงสว่างออกจากฝาแก้วไพฑูรย์ เสียงทิพย์ คือเสียง เปิงมาง เสียงตะโพน การฟ้อนรำขับร้อง และเสียง ประโคมดนตรี ย่อมเปล่งออก น่าฟัง เป็นที่รื่นรมย์ ใจ เราไม่รู้สึกว่าได้เห็นหรือได้ฟังเสียงอันเป็นไป อย่างนี้ อันไพเราะอย่างนี้ ในกาลก่อนเลย ความ ปลื้มใจย่อมปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็นความเป็นไป นั้น ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่านเทพบุตร เหล่านี้ได้ทำกรรมดีอะไรไว้ จึงถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ ในวิมาน.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน