เล่มที่ 63
อยู่พรหมจรรย์ บังเกิดในพรหมโลก จึงตรัสว่า ฤๅษีผู้ไม่มีเหย้าเ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 196
เนื้อหา
ท้าวสักกเทวราชทรงแสดงความที่ผลแห่งพรหมจรรย์นั่นแล เป็นของ มากกว่าผลแห่งทาน แม้อย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงดาบสผู้ก้าวล่วง เปตภพด้วยการอยู่พรหมจรรย์ บังเกิดในพรหมโลก จึงตรัสว่า ฤๅษีผู้ไม่มีเหย้าเรือนเหล่านี้บำเพ็ญตบธรรม ได้ก้าว- ล่วงกามาวจรภพแล้วโดยแท้ คือ ฤๅษี ตน อันมี นามว่า ยามหนุฤๅษี โสมยาคฤๅษี มโนชวฤาษี สมุททฤๅษี มาฆฤๅษี ภรตฤๅษี และกาลปุรักตฤๅษี และฤๅษีอีก ๔ ตน คือ อังคีรสฤๅษี กัสสปฤๅษี กีสวัจฉฤๅษี และอกันติฤๅษี. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อติวตฺตึสุ ได้แก่ ก้าวล่วงกามาวจรภพ. บทว่า ตปสฺสิโน ความว่า อาศัยตบะคือศีล และตบะคือสมาบัติแปด. บทว่า สตฺติสโย ท่านกล่าวหมายเอาฤๅษีพี่น้องกัน ๗ ตน มียามหนุฤๅษีเป็นต้น ฤๅษีเหล่านี้กับฤๅษี ๔ ตน มีอังคีรสฤๅษีเป็นต้น รวมเป็นฤๅษี ท้าวสักกเทวราชตรัสสรรเสริญพรหมจริยวาสว่ามีผลมาก ตามที่ได้ สดับมาอย่างนี้ก่อน บัดนี้ เมื่อทรงนำเรื่องที่เคยทรงเห็นด้วยพระองค์เองมา จึงตรัสว่า แม่น้ำชื่อสีทามีอยู่ทางด้านทิศอุดร เป็นแม่น้ำลึก ข้ามยาก กาญจนบรรพตมีสีประหนึ่งไฟที่ไหม้ไม้อ้อ โชติช่วงอยู่ในกาลทุกเมื่อ ที่ฝั่งแม่น้ำนั้น มีต้นกฤษณา งอกงาม มีภูเขาอื่นอีกมีป่าไม้งอกงาม แต่ก่อนมามี ฤๅษีเก่าแก่ประมาณหมื่นตน อาศัยอยู่ในภูมิประเทศ นั้น หม่อมฉันเป็นผู้ประเสริฐสุดด้วยทาน ด้วย สัญญมะและทมะ หม่อมฉันอุปัฏฐากดาบสเหล่านั้น ผู้ปฏิบัติวัตรจริยาไม่มีวัตรอื่นยิ่งกว่า ละหมู่คณะไปอยู่ ผู้เดียว มีจิตมั่นคง หม่อมฉันจักนมัสการนรชนผู้ ปฏิบัติตรง จะมีชาติก็ตาม ไม่มีชาติก็ตาม เป็นนิตย กาล เพราะสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีกรรมเป็นเผ้าพันธ์ วรรณะทั้งปวงตั้งอยู่ในอธรรม ย่อมตกนรกเบื้องต่ำ วรรณะทั้งปวงย่อมบริสุทธิ์ เพราะประพฤติธรรม สูงสุด.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน