เล่มที่ 63
สิ่งใดที่ได้มาเพราะผู้อื่นให้ สิ่งนั้น เปรียบเหมือนยวดยาน หร...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 188
เนื้อหา
สิ่งใดที่ได้มาเพราะผู้อื่นให้ สิ่งนั้น เปรียบเหมือนยวดยาน หรือทรัพย์ที่ยืมเขามาฉะนั้น หม่อมฉันไม่ปรารถนาสิ่งซึ่งผู้อื่นให้ บุญทั้งหลายที่ หม่อมฉันทำเอง ย่อมเป็นทรัพย์ที่จะคิดตามหม่อมฉัน ไป หม่อมฉันจักกลับไปทำกุศลให้มากในหมู่มนุษย์ ด้วยการบริจาคทาน การประพฤติสม่ำเสมอ ความ สำรวม และการฝึกอินทรีย์ ซึ่งทำไว้แล้วจะได้ความ สุข ไม่เดือดร้อนในภายหลัง. มาตลีเทพสารถีผู้เจริญ เป็นผู้มีอุปการะ มากแก่หม่อมฉัน ได้แสดงสถานที่อยู่ ของผู้มีกรรม อันงาม และของผู้มีกรรมอันลามก แก่หม่อมฉัน. ผมหงอกที่งอกขึ้นบนเศียรของพ่อ เหล่า นี้เกิดแล้วก็นำความหนุ่มไปเสีย เป็นเทวทูตปรากฏแล้ว สมัยนี้จึงเป็นคราวที่พ่อจะบวช พระเจ้าวิเทหราชราชา แห่งแคว้นวิเทหะ ผู้ทรงอนุเคราะห์ชาวมิถิลา ตรัส คาถานี้แล้ว ทรงบูชายัญเป็นอันมาก ทรงเข้าถึงความ เป็นผู้สำรวมแล้ว. พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระราชอุทยานอัมพวัน ของพระเจ้า มฆเทวราช ทรงอาศัย กรุงมิถิลา เป็นที่ภิกษาจาร ทรงปรารภการทำความแย้ม พระโอฐให้ปรากฏ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า อจฺเฉรํ วต โลกสฺมึ ดังนี้ เป็นต้น. เรื่องย่อมีว่า วันหนึ่ง พระศาสดาพร้อมด้วยภิกษุเป็นอันมาก เสด็จจาริก ไปในอัมพวันนั้นในเวลาเย็น ทอดพระเนตรเห็นภูมิประเทศแห่งหนึ่งเป็นรมณี- ยสถาน ทรงใคร่จะตรัสบุรพจริยาของพระองค์ จึงทรงแย้มพระโอฐ ท่านพระ อานนทเถระ กราบทูลถามเหตุที่ทรงแย้มพระโอฐ จึงมีพระพุทธดำรัสว่า ดูก่อน อานนท์ ภูมิประเทศนี้เราเคยอาศัยอยู่ เจริญฌานในกาลที่เราเสวยชาติเป็น มฆ- เทวราชา ตรัสดังนี้แล้วก็ทรงดุษณีภาพนิ่งอยู่ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลวิงวอน เพื่อให้ทรงแสดง จึงประทับนั่ง ณ บวรพุทธาสนะที่ปูลาดไว้ ทรงนำอดีต นิทานมาแสดง ดังต่อไปนี้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในอดีตกาล ณ กรุงมิถิลา แคว้นวิเทหรัฐ ได้ มีพระมหากษัตริย์ ทรงพระนามว่า มฆเทวราช พระองค์ทรงเล่นอย่างราชกุมาร อยู่ ๘๔,๐๐๐ ปี ครองไอศวรรย์ ๘๔,๐๐๐ ปี เมื่อเสวยราชย์เป็นพระราชา- ธิราชได้ ๘๔,๐๐๐ ปี มีพระราชดำรัสกะเจ้าพนักงานภูษามาลาว่า เมื่อใด เจ้าเห็นผมหงอกในศีรษะเรา เจ้าจงบอกข้าเมื่อนั้น ครั้นกาลต่อมา เจ้าพนัก งานภูษามาลาได้เห็นเส้นพระศกหงอก จึงกราบทูลแด่พระราชา พระองค์ ตรัสสั่งให้ถอนด้วยแหนบทองคำ ให้วางไว้ในพระหัตถ์ ทอดพระเนตรพระศก หงอก ทรงพิจารณาเห็นมรณะเป็นประหนึ่งว่ามาของอยู่ที่พระนลาต มีพระ- ดำริว่า บัดนี้เป็นกาลที่จะผนวช จึงพระราชทานบ้านส่วยแก่เจ้าพนักงานภูษา มาลา แล้วตรัสเรียกพระเชษฐโอรสมา มีพระดำรัสว่า พ่อจงรับครองราชสมบัติ พ่อจักบวช พระราชโอรสทูลถามถึงเหตุที่จะทรงผนวช เมื่อจะตรัสบอกเหตุ แก่พระราชโอรส จึงตรัสคาถานี้ว่า ผมหงอกที่งอกบนศีรษะของพ่อนี้ นำความหนุ่ม ไปเสีย เป็นเทวทูตปรากฏแล้ว คราวนี้จึงเป็นคราว ที่พ่อจะบวช.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน