เล่มที่ 63

ข้าแต่ท่านผู้เชื้อชาติเนสาท ท่านกล่าว เป็นธรรม ท่านบำเพ็ญควา...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 126


เนื้อหา

ข้าแต่ท่านผู้เชื้อชาติเนสาท ท่านกล่าว เป็นธรรม ท่านบำเพ็ญความถ่อมตนแล้ว ขอท่านจง เป็นบิดาของข้าพเจ้า ข้าแต่นางปาริกา ขอท่านจงเป็น มารดาของข้าพเจ้า. ข้าแต่พระเจ้ากาสี อาตมาทั้งสองขอ นอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ยังชาวกาสีให้ เจริญ อาตมาทั้งสองขอนอบน้อมแด่พระองค์ อาตมา ทั้งสองประคองอัญชลีแด่พระองค์ ขอพระองค์โปรด พาอาตมาทั้งสองไปให้ถึงสามกุมาร อาตมาทั้งสองจะ สัมผัสเท้าทั้งสองและดวงหน้าอันงดงามน่าดูของเธอ แล้วทรมานตนให้ถึงกาลกิริยา. สามกุมารถูกฆ่านอนอยู่ที่ป่าใด ดุจดวง จันทร์ดวงอาทิตย์ตกลงเหนือแผ่นดินแล้วเกลือกเปื้อน ด้วยฝุ่นทราย ป่านั้นเป็นป่าใหญ่ เกลือนกล่นด้วย พาลมฤค ปรากฏเหมือนที่สุดอากาศ ผู้เป็นเจ้าทั้งสอง จงอยู่ในอาศรมนี้แหละ. ถ้าในป่านั้นมีพาลมฤคตั้งร้อย ตั้งพันและ ตั้งหมื่น อาตมาทั้งสองก็ไม่มีความกลัวในพาลมฤค ทั้งหลายในป่าไหน ๆ เลย. ในกาลนั้น พระเจ้ากาสีทรงพาฤาษี ทั้งสองผู้ตามืดไปในป่าใหญ่ สุวรรณสามถูกฆ่าอยู่ใน ที่ใด ก็ทรงจูงมือฤๅษีทั้งสองไปในที่นั้น. ดาบสดาบสินีทั้งสองเห็นสามกุมารผู้เป็น บุตรนอนเกลือกเปื้อนฝุ่นทราย ถูกทิ้งไว้ในป่าใหญ่ ดุจดวงจันทร์หรือดวงอาทิตย์ตกเหนือแผ่นดินก็ปริเทว- นาการน่าสงสาร ประคองแขนทั้งสองร้องไห้ว่าสภาพ ไม่ยุติธรรมมาเป็นไปในโลกนี้ พ่อสามผู้งามน่าดู พ่อ มาหลับเอาจริง ๆ เคลิบเคลิ้มเอามากมายดั่งคนดื่มสุรา เข้ม ขัดเคืองใครเอาใหญ่ ถือตัวมิใช่น้อย มีใจพิเศษ ในเมื่อกาลล่วงไปอย่างนี้ในวันนี้ พ่อไม่พูดอะไร ๆ บ้างเลย พ่อสามนี้เป็นผู้ปฏิบัติบำรุงเราทั้งสองผู้ตามืด มาทำกาลกิริยาเสียแล้ว บัดนี้ใครเล่าจักชำระชฎาอัน หม่นหมองเปื้อนฝุ่นละออง ใครเล่าจักจับกราดกวาด อาศรมของเราทั้งสอง ใครเล่าจักจัดน้ำเย็นและนำร้อน ให้อาบ ใครเล่าจักให้เราทั้งสองได้บริโภคมูลผลาหาร ในป่า ลูกสามะนี้เป็นผู้ปฏิบัติบำรุงเราทั้งสองผู้ตามืด มาทำกาลกิริยาเสียแล้ว.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน