เล่มที่ 63

ข้าแต่ท่านมิคาชินะ ข้าพเจ้าเห็น ประเพณีของโลก เห็นโลกถูกกิเล...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 66


เนื้อหา

ข้าแต่ท่านมิคาชินะ ข้าพเจ้าเห็น ประเพณีของโลก เห็นโลกถูกกิเลสขบกัด ถูกกิเลส ทำให้เป็นดังเปือกตม จึงได้ทำเหตุนี้ให้เป็นเครื่อง เปรียบเทียบว่า ปุถุชนจมอยู่แล้วในกิเลสวัตถุใด สัตว์ เป็นอันมาก ย่อมถูกประหารและถูกฆ่าในกิเลสวัตถุ นั้น ดังนี้จึงได้บวชเป็นภิกษุ. ใครหนอเป็นผู้จำแนกแจกอรรถ สั่งสอนพระองค์ คำอันสะอาดนี้เป็นคำของใคร ดูก่อน พระองค์ผู้เป็นจอมทัพ เพราะพระองค์มิได้ตรัสบอก สมณะผู้มีวัตรปฏิบัติก้าวล่วงทุกข์ นอกจากกัปปสมณะ หรือวิชชสมณะ. ข้าแต่ท่านมิคาชินะ ถึงข้าพเจ้าจะ เคารพสมณะหรือพราหมณ์โดยส่วนเดียวก็จริง แต่ก็ ไม่เคยเข้าใกล้ไต่ถามอะไร ๆ ในกาลไหน ๆ เลย ข้าแต่ท่านมิคาชินะ ข้าพเจ้านั้นรุ่งเรื่องด้วยสิริ ไปยัง พระราชอุทยานด้วยอานุภาพใหญ่ เมื่อเจ้าพนักงาน กำลังขับเพลงขับและประโคมดนตรีกันอยู่ ข้าพเจ้า ได้เห็นมะม่วง มีผลภายนอกกำแพงพระราชอุทยาน อันกึกก้องด้วยเสียงดนตรี พร้อมแล้วด้วยคนร้องและ คนประโคม ข้าพเจ้าละต้นมะม่วงอันมีสิรินั้น ซึ่ง เหล่ามนุษย์ผู้ต้องการผลฟาดตีอยู่ ลงจากคอช้างเข้าไป ยังโคนต้นมะม่วง ซึ่งมีผลและไม่มีผล เห็นต้นมะม่วง ที่มีผล ถูกคนเบียดเบียนกำจัดแล้ว ปราศจากใบและ ก้าน แต่มะม่วงอีกต้นหนึ่งนี้ใบเขียวชอุ่มน่ารื่นรมย์ ศัตรูทั้งหลายจักฆ่าพวกเราผู้มีอิสระ มีศัตรูดุจหนาม เป็นอันมาก เหมือนต้นมะม่วงมีผล ถูกคนหักโค่น ฉะนั้น เสือเหลืองถูกฆ่าเพราะหนัง ช้างถูกฆ่าเพราะงา คนมีทรัพย์ถูกฆ่าเพราะทรัพย์ ใครเล่าจักฆ่าผู้ไม่มี เหย้าเรือน ผู้ไม่มีสันถวะคือตัณหา มะม่วงต้นหนึ่ง มีผล อีกต้นหนึ่งไม่มีผล ทั้งสองต้นนั้นเป็นผู้สั่งสอน ข้าพเจ้า.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน