เล่มที่ 63
แต่นั้น นายสารถีคิดว่า นี่ใครหนอ ตั้งแต่มาก็สรรเสริญแต่ตนเท่...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 27
เนื้อหา
แต่นั้น นายสารถีคิดว่า นี่ใครหนอ ตั้งแต่มาก็สรรเสริญแต่ตนเท่านั้น เขาหยุดขุดหลุมเงยหน้าขึ้นดู ได้เห็นรูปสมบัติของพระมหาสัตว์ เมื่อยังไม่รู้จัก พระมหาสัตว์ว่า ชายคนนี้เป็นมนุษย์หรือเทวดาหนอ จึงกล่าวคาถานี้ว่า ท่านเป็นเทวดาหรือคนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักก เทวราชผู้ให้ทานในก่อน ท่านเป็นใคร หรือเป็นบุตร ของใคร พวกเราจะรู้จักท่านได้อย่างไร. ลำดับนั้น พระมหาสัตว์เมื่อจะสำแดงตนให้แจ้งและแสดงธรรม จึง ตรัสคาถาว่า เรามิใช่เทวดา มิใช่คนธรรพ์ มิใช่ท้าวสักกะ ผู้ให้ทานในก่อน เราที่ท่านจะฆ่าเสียในหลุม เป็น โอรสของพระเจ้ากาสิกราช เราเป็นโอรสของพระ- ราชาผู้ที่ท่านพึ่งพระบารมีเลี้ยงชีพอยู่เสมอ แน่ะนาย สารถี ถ้าทานฝังเราเสียในป่า ทานก็ทำสิ่งที่ไม่เป็น ธรรม บุคคลนั่งหรือนอนที่ร่มเงาของต้นไม้ใด ไม่ พึงหักรานกิ่งของต้นไม้นั้น เพราะผู้ประทุษร้ายมิตร เป็นคนลามก พระราชาเป็นเหมือนต้นไม้ เราเป็น เหมือนกิ่งไม้ ตัวท่านเป็นเหมือนคนอาศัยร่มเงา ถ้า ท่านฝังเราเสียในป่า ท่านก็ทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นิหญฺสิ แปลว่า จักฝังพระมหาสัตว์ แสดงว่า ท่านขุดหลุมด้วยหมายว่า จักฝังผู้ใดในที่นี้ เราคือผู้นั้น แม้เมื่อ พระมหาสัตว์ตรัสว่า เราเป็นพระราชโอรส นายสารถีนั้นก็ยังไม่เชื่ออยู่นั่นเอง แต่รู้ได้ด้วยมธุรกถาของพระมหาสัตว์นั้น จึงได้ยืนฟังธรรมอยู่. บทว่า มิตฺต- ทุพฺโภ ได้แก่ คนฆ่ามิตร คือคนเบียดเบียนมิตรทั้งหลาย. บทว่า รุกฺขสฺส ความว่า บุคคลหักราก ลำต้น ผล ใบ หรือหน่อ ของต้นไม้ที่มีร่มเงาอันตน ได้ใช้สอยอยู่ ย่อมเป็นผู้ฆ่ามิตร คือเบียดเบียนมิตร. บทว่า ปาปโก ได้แก่ เป็นคนลามก ก็จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้ที่ฆ่ามนุษย์. ด้วยบทว่า ฉายูปโค พระมหาสัตว์ตรัสว่า แน่ะนายสารถี ท่านอาศัยพระราชาเลี้ยงชีพอยู่ เหมือน คนเข้าไปสู่ร่มเงาของต้นไม้ เพื่อต้องการจะใช้สอยฉะนั้น เมื่อพระโพธสัตว์ แม้ตรัสถึงอย่างนี้ นายสารถีก็ยังไม่เชื่ออยู่นั้นเอง ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ ทรงดำริว่า เราจักทำให้นายสารถีนั้นเชื่อ ทรงทำป่าชัฏให้บันลือลั่นด้วยเสียง สาธุการของเหล่าเทวดา และด้วยคำโฆษณาของพระองค์ เมื่อจะตรัสคาถาบูชา- มิตร ๑๐ คาถา จึงตรัสว่า ๑.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน