เล่มที่ 62
มาตลีสดับคำนั้น จึงกล่าวคาถานี้ว่า ข้าแต่โกสิยะผู้แสวงหาคุณอ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 381
เนื้อหา
มาตลีสดับคำนั้น จึงกล่าวคาถานี้ว่า ข้าแต่โกสิยะผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ท้าว- มหาพรหม ท้าวมหินทรเทวราชหรือท้าวปชาบดี ใคร เล่าจะเข้าใจความเห็นข้อนี้ของท่าน นางหิรีนี้ เป็น ธิดาของท้าวมหินทรเทวราช ย่อมได้สมมติว่าเป็นผู้ ประเสริฐที่สุดแม่ในหมู่เทวดาทั้งหลาย. ในคาถานั้น มีคำอธิบายว่า คำว่า ความเห็น. ได้แก่ ใครเล่าจะ เข้าใจความเห็นว่า ขึ้นชื่อว่า นางหิรีนี้เป็นผู้มีคุณมาก อันท่านผู้ประเสริฐบูชา แล้ว. คำว่า เข้าใจ คือให้เข้าไปในน้ำใจ. คำว่า สมมติว่าประเสริฐที่ สุด อธิบายว่า นางหิรีนั้น นับจำเดิมแต่ได้สุธาโภชน์ในสำนักของท่านแล้ว ก็ได้เสนาสนะทองคำในสำนักของพระอินทร์อีก เป็นผู้เทพยดาทั้งปวงบูชาอยู่ ย่อมได้รับสมมติว่าเป็นผู้สูงสุด. เมื่อมาตลีกำลังกล่าวอยู่อย่างนี้ทีเดียว ธรรมคือความเสื่อมได้บัง เกิดขึ้นแล้ว แก่โกสิยดาบสในขณะนั้นนั่นเอง ลำดับนั้น มาตลีจึงกล่าวว่า ข้าแต่โกสิยะ ท่านปลงอายุสังขารเสียได้แล้ว แม้ธรรมคือการเคลื่อนก็ถึง พร้อมแก่ท่านแล้ว ท่านจะประโยชน์อะไรด้วยมนุษยโลก เราจะไปยังเทวโลก ด้วยกันเถิด ดังนี้ เป็นผู้ปรารถนาจะนำโกสิยดาบสนั้นไปในเทวโลกนั้น จึง กล่าวคาถาว่า เชิญเถิด ท่านจงมา จงขึ้นรถคันนี้อันเป็นของ ข้าพเจ้าไปสู่ไตรทิพย์ ในกาลบัดนี้เถิด ข้าแต่ท่านผู้ มีโคตรเสมอด้วยพระอินทร์ ทั้งพระอินทร์ก็ทรงหวัง ท่านอยู่ ท่านจงถึงความเป็นสหายกับพระอินทร์ในวัน ทีเดียว.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน