เล่มที่ 62
พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า นายพรานได้...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 297
เนื้อหา
พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า นายพรานได้ฟังคำสุภาษิตของสุมุขหงส์นั้นแล้ว ขนลุกชูชันนอบน้อมอัญชลีแก่สุมุขหงส์แล้วถามว่า เรา ไม่เคยได้ฟังหรือไม่เคยได้เห็นนกพูดภาษามนุษย์ได้ ท่านแม้จะเป็นนก ก็พูดภาษาอันประเสริฐเปล่งวาจา ภาษามนุษย์ได้ พญาหงส์ตัวนี้เป็นอะไรกับท่านหรือ ท่านพ้นแล้วทำไมจึงเฝ้าหงส์ตัวติดบ่วงอยู่ หงส์ทั้งหลาย พากันละทิ้งไปหมด เพราะเหตุใด ท่านจึงยังอยู่ตัวเดียว. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อญฺชลิสฺสูปนามยิ ความว่า นายพราน นั้นน้อมอัญชลีแก่สุมุขหงส์นั้น คือกระทำการชมเชยสุมุขหงส์นั้นด้วยคาถาอัน เป็นลำดับต่อไป. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มานุสึ ได้แก่ ภาษาอันเป็น ของมนุษย์. บทว่า อริยํ ได้แก่ ดี ไม่มีโทษ. บทว่า จชนฺโต คือ กล่าวอยู่. มีคำที่ท่านอธิบายไว้ว่า ดูก่อนสหาย ท่านแม้เป็นนก ก็ได้กล่าววาจาภาษา มนุษย์กับเราในวันนี้ กล่าววาจาอันไม่มีโทษ เปล่งวาจาภาษามนุษย์ เราเห็น แล้วโดยประจักษ์ เพราะว่าสิ่งอัศจรรย์นี้เราไม่เคยได้ยินมา ไม่เคยได้เห็นมา ในกาลก่อนแต่นี้เลย. บทว่า กินฺนุ ตายํ ความว่า ท่านเข้าไปใกล้นกใด นกนั้นย่อมเป็นอะไรกับท่าน. สุมุขหงส์ถูกนายพรานผู้มีจิตชื่นชมไต่ถามด้วยถ้อยคำอย่างนี้แล้วจึงดำริ ว่า นายพรานนี้ เป็นผู้มีใจอ่อนเกิดแล้ว บัดนี้เราจักแสดงคุณของเราเพื่อให้ นายพรานนี้มีใจอ่อนยิ่งขึ้นรูปอีกทีเดียว จึงกล่าวว่า ดูก่อนนายพรานผู้เป็นศัตรูของนก พญาหงส์ เป็นราชาของข้าพเจ้า ทรงตั้งข้าพเจ้าให้เป็นเสนาบดี ข้าพเจ้าไม่สามารถจะละทิ้งพระองค์ซึ่งเป็นอธิบดีของ หงส์ ในคราวมีอันตรายได้ พญาหงส์นี้เป็นนายของ หมู่หงส์เป็นอันมากและของข้าพเจ้า อย่าให้พระองค์ พึงถึงความพินาศเสียเลย ดูก่อนนายพรานผู้สหาย เพราะเหตุที่พญาหงส์นี้เป็นนายของข้าพเจ้า ข้าพเจ้า จงยินดีรื่นรมย์อยู่.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน