เล่มที่ 62
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนุมญฺนฺตุ ความว่า จงรู้ คือ จง กระท...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 225
เนื้อหา
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนุมญฺนฺตุ ความว่า จงรู้ คือ จง กระทำให้ดีให้ประจักษ์. บทว่า สมิตาโร ได้แก่ มาประชุมกันอยู่พร้อมแล้ว. บทว่า อรญฺเ ภูตภพฺยานิ ความว่า ภูตทั้งหลายด้วย เทวดาทั้งหลาย ผู้ถึงแล้วซึ่งแดนแห่งความเจริญด้วย และเทวดาหนุ่ม ๆ ทั้งหลายด้วยเหล่าใด ในป่าหินวันตประเทศนี้ เทวดาเหล่านั้นทั้งหมด จงฟังคำของข้าพเจ้า. บทว่า นโม กตฺวาน ความว่า พระนันทบัณฑิตนั้น ครั้นให้สัญญานี้แก่บริษัทแล้ว กระทำการนอบน้อมแก่เทวดาทั้งหลาย ผู้เกิดแล้วในชัฏแห่งป่านั้นนั่นแล จึง ได้กล่าวแล้ว. เนื้อความแห่งคำนั้น มีอธิบายว่า ในวันนี้แหละเทวดาผู้อยู่ใน หิมวันตประเทศทั้งหลายเป็นอันมาก พึงมาประชุมกันเพื่อจะฟังธรรมกถาของ พี่ชายเรา เพราะฉะนั้น นันทบัณฑิตจึงได้กล่าวว่า ก็ความนอบน้อมนี้ เป็น ความนอบน้อมแก่ท่านทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลายจงเป็นสหายของข้าพเจ้า. นันทบัณฑิตนั้นประคองอัญชลีแก่เทวดาทั้งหลาย ยังบริษัทให้ทราบแล้ว จึง กล่าวคำเป็นต้นว่า ข้าพเจ้าจักกล่าวกะพระฤๅษี ดังนี้. คำว่า อิสึ ในคาถา นั้น ท่านกล่าวหมายถึงโสณบัณฑิต. บทว่า สมฺมโต ความว่า ธรรมดาว่า พี่ชายทั้งหลาย ย่อมเป็นผู้เสมอด้วยร่างกาย เพราะฉะนั้น พระนันทบัณฑิตนั้น จึงสมมติเอาว่า ข้าพเจ้าเท่ากับเป็นแขนขวาของท่าน จึงแสดงว่า ท่านทั้งหลาย จึงควร เพื่อจะยกโทษให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเหตุนั้น. บทว่า วีร ได้แก่ ข้าแต่พี่ ผู้มีความพยายาม ผู้มีความบากบั่นมาก. บทว่า ปุญฺญมิทํ านํ ความว่า นันทบัณฑิตกล่าวว่า ขึ้นชื่อว่าการบำรุงมารดาบิดานี้ เป็นบุญ คือ เป็นเหตุที่ จะยังหมู่สัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อบังเกิดในสวรรค์ เพราะฉะนั้น ท่านอย่าได้ ห้ามข้าพเจ้าผู้จะทำบุญนั้นเลย. บทว่า สพฺภิเหตํ ความว่า จริงอยู่ ธรรมดาว่า การบำรุงมารดาบิดานี้ บัณฑิตทั้งหลายสรรเสริญแล้ว คือเข้าไปรู้แล้วและ พรรณนาแล้ว. บทว่า มเมตํ อุปนิสฺสช ความว่า ขอท่านจงอนุญาต คือ จงสละ จงให้การบำรุงมารดาบิดานี้แก่ข้าพเจ้าเถิด. บทว่า อุฏฺานปาทจริยาย ได้แก่ ด้วยความเพียรเป็นเหตุให้ลุกขึ้น และด้วยการบำเรอเท้า. บทว่า กตํ ได้แก่ ท่านกระทำกุศลไว้แล้วสิ้นกาลนาน. บทว่า ปุญฺานิ ความว่า บัดนี้ ข้าพเจ้าใคร่จะทำบุญในมารดาบิดาทั้ง ๒. บทว่า มม โลกทโท ความว่า นันทบัณฑิตกล่าวว่า ขอท่านจงให้โลกสวรรค์แก่ข้าพเจ้านั้น ด้วยว่า ข้าพเจ้า กระทำวัตรคือการบำรุงมารดาบิดาทั้ง ๒ นั้น จักได้อิสริยยศหาประมาณมิได้ ในเทวโลก ขอท่านจงเป็นทายกของข้าพเจ้านั้นเถิด. บทว่า ตเถว ความว่า ท่านย่อมรู้ด้วยประการใด แม้ชนเหล่าอื่นที่มีอยู่ในบริษัทนี้ ชนเหล่านั้น ย่อมกล่าวซึ่งธรรมทั้งหลายมีประการต่าง ๆ คือส่วนแห่งธรรม กล่าวคือความ เป็นผู้ประพฤติอ่อนน้อมต่อบุคคลผู้เจริญที่สุดนี้ ฉันนั้นเหมือนกัน. ถามว่า ชนเหล่านั้นกล่าวว่าอย่างไร ? ตอบว่า ชนเหล่านั้นกล่าวว่า ธรรมคือการบำรุง มารดาบิดานี้ เป็นทางแห่งโลกสวรรค์. บทว่า สุขาวหํ ความว่า นำความสุข มาให้แก่มารดาบิดา ด้วยการลุกขึ้นและด้วยการบำเรอ. บทว่า ตํ มํ ความว่า โสณบัณฑิตผู้เป็นพี่ชาย ย่อมห้ามคือกีดกันข้าพเจ้านั้น แม้ผู้ปฏิบัติชอบอย่างนี้ เสียจากบุญนั้น. บทว่า อริยมคฺคาวโร ความว่า ย่อมห้ามเสียซึ่งอริยมรรค. นระนั้นห้ามอยู่ซึ่งบุญอย่างนี้ คือ นระนี้ชื่อว่าย่อมเป็นผู้ห้ามเสียซึ่งหนทางแห่ง เทวโลกกล่าวคืออริยะ เพื่อจะแสดงซึ่งความรักแก่ข้าพเจ้า.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน