เล่มที่ 62

พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า พระราชบุตร...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 177


เนื้อหา

พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า พระราชบุตร ผู้มีผิวผ่องดังทองคำ ทรงผ้าโก- ไสยพัสตร์ มีพระเนตรนองด้วยน้ำตา อันหมู่ทาสีแวด ล้อม เสด็จไปยังพระตำหนักของพระมารดา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สามา ได้แก่ มีผิวพรรณดุจทองคำ. บทว่า โกเสยฺยวาสินี ได้แก่ นุ่งผ้าที่ทอด้วยไหมอนแซมขจิตด้วยทองคำ. พระนางเสด็จไปเฝ้าพระมารดาแล้ว ถวายบังคมพระมารดา ทรง กำสรวลสะอึกสะอื้น กราบทูลว่า ข้าแต่พระมารดา หน้าของลูกอันผัดแล้วด้วย แป้ง ส่องแล้วที่กระจกเงา งดงาม มีดวงเนตรคมคาย ผุดผ่องเป็นนวลใย จักถูกกษัตริย์ทั้งหลาย โยนทิ้งเสีย ในป่าเป็นแน่แล้ว ฝูงแร้ง ก็จะพากันเอาเท้ายื้อแย่ง ผมของลูกอันดำ มีปลายงอน ละเอียดอ่อน ลูบไล้ ด้วยน้ำมันหอมแก่นจันทน์ ในท่ามกลางป่าช้าอัน เปรอะเปื้อนเป็นแน่. แขนอ่อนนุ่นทั้งสองของลูกอันมี เล็บแดง มีขนละเอียด ลูบไล้ด้วยจุณจันทน์ ก็จะถูก กษัตริย์ทั้งหลาย ตัดทิ้งเสียในป่า และฝูงกาก็จะโฉบ คาบเอาไปตามความปรารถนาเป็นแน่ สุนัขจิ้งจอกมา เห็นถันทั้งสองของลูก เช่นกับผลตาลอันห้อยอยู่ ซึ่ง ลูบไล้ด้วยกระแจะจันทน์แคว้นกาสี ก็จะยืนคร่อมที่ ถันทั้งสองของลูกเป็นแน่ เหมือนลูกอ่อนที่เกิดแต่ตน ของมารดา ตะโพกอันกลมผึ่งผายของลูก ผูกรัดด้วย สร้อยสะอิ้งทอง ก็จะถูกกษัตริย์ทั้งหลายตัดเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนทิ้งไปในป่า ฝูงสุนัขจิ้งจอก ก็จะพากันมาฉุด คร่าไปกิน ฝูงสุนัขป่า ฝูงกา ฝูงสุนัขจิ้งจอกและสัตว์ ที่มีเขี้ยวเหล่าอื่น ซึ่งมีอยู่ได้กินนางประภาวดีแล้ว คง ไม่รู้จักแก่กันเป็นแน่ ข้าแต่พระมารดา ถ้ากษัตริย์ ทั้งหลายผู้มาแต่ที่ไกล ได้นำเอาเนื้อของลูกไปหมด แล้ว พระมารดาได้ทรงโปรดขอเอากระดูกมาเผาเสีย ในระหว่างทางใหญ่ ขอพระมารดาได้สร้างสวนดอก ไม้แล้ว จงปลูกต้นกรรณิการ์ในสวนเหล่านั้น ข้าแต่ พระมารดา ในกาลใด ดอกกรรณิการ์เหล่านั้นเบ่ง บานแล้ว ในเวลาหิมะตกในฤดูเหมันต์ ในกาลนั้น ขอพระมารดา พึงระลึกถึงลูกว่า ประภาวดีมีผิวพรรณ อย่างนี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน