เล่มที่ 61

ลำดับนั้น เมื่อมารดาบิดาพระโพธิสัตว์จะอนุโมทนา จึงกล่าวว่า ก...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 28


เนื้อหา

ลำดับนั้น เมื่อมารดาบิดาพระโพธิสัตว์จะอนุโมทนา จึงกล่าวว่า ก็เราทั้งหลายเห็นลูกโรหนะมาแล้ว พากันชื่นชม ยินดี ฉันใด ขอนายพรานพร้อมด้วยลูกเมีย จงชื่นชม ยินดี ฉันนั้นเถิด. ฝ่ายนายพรานออกจากป่าแล้วไปสู่ราชตระกูล ถวายบังคมพระราชา แล้วยืน ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง. พระราชาเห็นเขาแล้วตรัสพระคาถาว่า แน่ะนายพราน เจ้าได้บอกไว้ว่า จะนำเนื้อหรือ หนังเนื้อมามิใช่หรือ เออก็เหตุอะไรเล่า เจ้าจึงไม่นำ เอาเนื้อหรือหนังเนื้อมา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มิคจมฺมานิ ได้แก่ เนื้อหรือหนัง. บทว่า อาหรึ แปลว่า จักนำมา. ท่านกล่าวคำอธิบายไว้ว่า ดูก่อนพ่อพรานผู้เจริญ เจ้าได้กล่าวไว้อย่างนี้มิใช่หรือว่า เมื่อไม่สามารถจะนำเนื้อมา ก็จะนำหนังมา หรือเมื่อไม่สามารถจะนำหนังมา ก็จักนำขนมา ด้วยเหตุไร เจ้าจึงมิได้นำเนื้อ หรือหนังของมันมาเลย. นายพรานได้ฟังพระดำรัสแล้วกล่าวคาถา ความว่า เนื้อนั้นได้มาติดบ่วงเหล็กถึงมือแล้ว แต่มีเนื้อ สองตัวไม่ได้ติดบ่วง มายืนอยู่ใกล้เนื้อตัวนั้น ข้า- พระองค์ได้เกิดความสังเวชใจ ความอัศจรรย์ใจ ขนพองสยองเกล้าว่า ถ้าเราฆ่าเนื้อตัวนี้ เราจักต้อง ละทิ้งชีวิต ในสถานที่นี้แหละในวันนี้ทีเดียว. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาคมํ ความว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า ก็ เนื้อนั้นมาสู่เงื้อมมือ ทั้งมาสู่บ่วงที่ข้าพระพุทธเจ้าดักไว้ด้วย ได้ติดอยู่ในบ่วง นั้น. บทว่า ตญฺจ มุตฺตา อุปาสเร ความว่า แต่ว่าเนื้อสองตัวพ้นบ่วง ไปแล้ว คือไม่ได้เข้ามาติดบ่วงเลย ได้เข้ามายืนพิงเนื้อนั้นปลอบใจอยู่. บทว่า อพฺภูโต แปลว่า ไม่เคยเป็นมาก่อนเลย. บทว่า อิมญฺจาหํ ตัดบทเป็น อิมํ อหํ แปลว่า ก็ข้าพระองค์นั้น. อธิบายว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าพระองค์ ผู้มีความสังเวชสลดใจ ได้มีความปริวิตกนี้ว่า ถ้าเราจักฆ่าเนื้อนี้เสีย เราจัก ต้องละทิ้งชีวิตในสถานที่นี้แหละในวันนี้ทีเดียว.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน