เล่มที่ 60
กาลิงคกุมารนั้น กราบลาพระชนกชนนีและอัยกาแล้ว เหาะไปด้วย บุญฤ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 218
เนื้อหา
กาลิงคกุมารนั้น กราบลาพระชนกชนนีและอัยกาแล้ว เหาะไปด้วย บุญฤทธิ์ ลงนั่งเหนือที่นอนของอำมาตย์ ถูกถามว่า ท่านเป็นใคร จึงบอกว่า เราเป็นบุตรของจุลลกาลิงคะ แล้วแสดงรัตนะสามนั้น. อำมาตย์จึงประกาศแก่ ราชบริษัท. อำมาตย์และราชบริษัททั้งหลายพร้อมกันประดับประดาพระนคร นั้น อภิเษกกาลิงคกุมารให้ครองราชสมบัติ. ลำดับนั้น ปุโรหิตชื่อว่า ภารทวาชะ ของพระเจ้ากาลิงคะได้กราบทูล จักรพรรดิให้พระเจ้ากาลิงคะทรงทราบ. พระเจ้ากาลิงคะนั้น ทรงบำเพ็ญ จักรวัตรนั้นให้บริบูรณ์แล้ว. ครั้นถึงวันอุโบสถ ๑๕ ค่ำ จักรแก้วก็มาจากที่อยู่ ของจักรแก้ว ช้างแก้วก็มาจากตระกูลอุโปสถ ม้าแก้วก็มาจากตระกูลอัศวราชวลา- หก แก้วมณีก็มาจากเขาเวปุลลบรรพต นางแก้ว ขุนคลังแก้ว ขุนพลแก้ว ก็บัง เกิดปรากฏแก่พระเจ้ากาลิงคะนั้น. พระเจ้าจักรพรรดิกาลิงคราช ทรงครองราชสมบัติตลอดห้องจักรวาล วันหนึ่ง มีเสนาแวดล้อมเต็มไปในที่ประมาณ ๓๖ โยชน์ เสด็จขึ้นทรงช้างเผือก ขาวเปรียบด้วยอดเขาไกรลาส ไปสู่สำนักพระชนกชนนีด้วยสิริวิลาสใหญ่. ฝ่ายช้างพระที่นั่งพระเจ้าจักรพรรดินั้น ไม่อาจเหาะข้ามมหาโพธิ- มณฑลอันเกิดแต่สะดือแผ่นดิน อันเป็นไชยมงคลของพระพุทธเจ้าทั้งปวงได้. พระเจ้าจักรพรรดิราชทรงไสไปเนือง ๆ แต่ช้างทรงนั้นก็ไม่อาจที่จะ ไปได้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน