เล่มที่ 60

ผู้ใดพึงเปลื้องทุกข์ของบุคคลผู้เกิดทุกข์ ได้ ส่วนเดียวโดยธรร...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 208


เนื้อหา

ผู้ใดพึงเปลื้องทุกข์ของบุคคลผู้เกิดทุกข์ ได้ ส่วนเดียวโดยธรรม พึงบอกเล่าแก่ผู้นั้นได้โดยแท้. ข้าแต่พระราชา เสียงของสุนัขจิ้งจอกก็ดี ของ นกก็ดี รู้ได้ง่าย เสียงของมนุษย์รู้ได้ยากยิ่งกว่านั้น. อนึ่ง ผู้ใดเมื่อก่อนเป็นผู้ใจดี คนทั้งหลายนับถือ ว่าเป็นญาติ เป็นมิตรหรือเป็นสหาย ภายหลังผู้นั้น กลับกลายเป็นศัตรูไปได้ ใจของมนุษย์รู้ได้ยาก อย่างนี้. ผู้ใดถูกถามเนือง ๆ ถึงทุกข์ของตน ย่อมบอก ในกาลไม่ควร ผู้นั้นย่อมมีแต่มิตรผู้แสวงหาประโยชน์ แต่ไม่ยินดีร่วมทุกข์ด้วย. บุคคลรู้กาลอันควร และรู้จักบัณฑิตผู้มีปัญญา มีใจร่วมกันแล้ว พึงบอกความทุกข์ทั้งหลายแก่บุคคล ผู้เช่นนั้น นักปราชญ์พึงบอกความทุกข์ร้อนแก่บุคคล อื่น พึงเปล่งวาจาอ่อนหวานมีประโยชน์. อนึ่ง ถ้าบุคคลอดกลั้นความทุกข์ของตนไม่ได้ ก็พึงรู้ว่า ประเพณีของโลกนี้ จะมีเพื่อถึงความสุข สำหรับเราผู้เดียวไม่ได้ นักปราชญ์เมื่อเพ่งเล็งหิริและ โอตัปปะอันเป็นของจริง พึงอดกลั้นความทุกข์ร้อน ไว้ผู้เดียวเท่านั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปฺปชฺเช ความว่า ถ้าความทุกข์พึง เกิดขึ้นแก่พระองค์. บทว่า มา อกฺขาหิ แปลว่า จงอย่าบอก. บทว่า ทุพฺพิชานครํ ความว่า ถ้อยคำของมนุษย์รู้ได้ยากยิ่งกว่าถ้อยคำของสัตว์ ดิรัจฉาน เพราะเหตุนั้น คือเพราะไม่รู้โดยถ่องแท้ ไม่พึงบอกทุกข์ของตน ซึ่งไม่สามารถจะนำไปได้. บทว่า อปิ เจ ความว่า เพราะท่านกล่าวไว้ใน คาถาแล้ว. บทว่า อนานุปุฏฺโ€ แปลว่า ถูกถามบ่อย ๆ. บทว่า ปเวทเย แปลว่า ย่อมกล่าว. บทว่า อกาลรูเป แปลว่า ในกาลอันไม่สมควร. บทว่า กาลํ ความว่า ตลอดกาลที่พูดถึงความลับของตน. บทว่า ตถาวิธสฺส ความว่า รู้จักบุรุษผู้เป็นบัณฑิต ว่าผู้ใดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับตนแล้ว พึงบอกแก่บุคคลเช่นนั้น. บทว่า ติปฺปานิ แปลว่า ทุกข์. บทว่า สเจ ความว่า ถ้าว่าบุคคลอดกลั้นความทุกข์ของตนไม่ได้ พึงรู้ว่าเป็นน่าที่ของตน ในเมื่อเรี่ยวแรงแห่งชาติชายตนหรือของผู้อื่นมีอยู่. บทว่า นีติ ความว่า ประเพณีโลกเป็นอย่างนี้ อธิบายว่า โลกธรรม ๘. ท่านกล่าวคำอธิบายไว้ดังนี้ ว่า ถ้าประเพณีของโลกนี้ จะมีเพื่อถึงความสุขสำหรับเราเท่านั้นไม่ได้ ขึ้นชื่อว่า ผู้จะพ้นไปจากโลกธรรมทั้ง ๘ ประการที่เกิดขึ้นแล้วย่อมไม่มี เมื่อเป็นเช่นนี้ นักปราชญ์ผู้ปรารถนาแต่ความสุข เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยหิริและโอตตัปปะ ไม่พึง ทำกรรมที่ชื่อว่ายกทุกข์ให้แก่ผู้อื่น และเราก็มีหิริและโอตตัปปะ เพราะเหตุนั้น นักปราชญ์เมื่อเพ่งหิริโอตตัปปะในตนซึ่งเป็นของมีจริง ไม่พึงบอกแก่บุคคลอื่น พึงนอนปรับทุกข์อยู่แต่ผู้เดียว.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน