เล่มที่ 54

พระเถรีนี้ พิจารณาทบทวนอนิจจตาความไม่เที่ยงในธรรมที่เป็นไป ใ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 269


เนื้อหา

พระเถรีนี้ พิจารณาทบทวนอนิจจตาความไม่เที่ยงในธรรมที่เป็นไป ในภูมิ ๓ ทั้งหมด โดยมุข คือการกำหนดความไม่เที่ยงในอัตภาพของตน อย่างนี้แล้ว ยกขึ้นสู่ทุกขลักษณะและอนัตตลักษณะในอัตภาพตนนั้น ตาม แนวอนิจจลักษณะนั้น มักเขม้นเจริญวิปัสสนาอยู่ ก็บรรลุพระอรหัต โดย ลำดับมรรค. ด้วยเหตุนั้น ท่านพระสังคีติกาจารย์จึงกล่าวไว้ในคัมภีร์อปทานว่า พระอัมพปาลีเถรี เปล่งอุทานเป็นคาถาพรรณนา อปทาน ๑ ของท่านว่า ข้าพเจ้าเกิดในสกุลกษัตริย์ เป็นภคินีของ พระมหามุนีพระนามว่าปุสสะ ผู้มีพระรัศมีงามดังมาลัย ประดับศีรษะ ข้าพเจ้าฟังธรรมของพระองค์แล้วมีใจ เลื่อมใส ถวายมหาทานแล้วปรารถนารูปสมบัติ นับ แต่กัปนี้ไป ๓๑ กัป พระชินเจ้าพระนามว่าสิขี เป็น นายกเลิศของโลก ทรงส่องโลกให้สว่าง ทรงเป็น สรณะของ ๓ โลก เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ครั้งนั้นข้าพเจ้า เกิดในสกุลพราหมณ์ กรุงอมรปุระที่น่ารื่นรมย์ โกรธ ๑. ขุ. ๓๓/ข้อ ๑๗๙ อัมพปาลีเถรีอปทาน. ขึ้นมาก็ด่าภิกษุณีผู้มีจิตหลุดพ้นแล้ว [อริยุปวาท] ว่า ท่านเป็นหญิงแพศยาประพฤติอนาจาร ประทุษร้าย ศาสนาของพระชินเจ้า ครั้นด่าอย่างนี้แล้ว ข้าพเจ้า ก็ตกนรกอันร้ายกาจ เพียบพร้อมด้วยทุกข์ใหญ่หลวง เพราะบาปกรรมนั้น จุติจากนรกนั้นแล้ว มาเกิดใน หมู่มนุษย์ มีลามกธรรมทำให้เดือดร้อน ครองความ เป็นหญิงแพศยาอยู่ถึงที่หกหมื่นปี ก็ยังไม่หลุดพ้นจาก บาปอันนั้น เหมือนอย่างกลืนพิษร้ายเข้าไป ข้าพเจ้า เสพเพศพรหมจรรย์ [บวชเป็นภิกษุณี] ในศาสนาพระ ชินเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ด้วยผลแห่งบุญนั้น ข้าพเจ้า ก็บังเกิดในสวรรค์ชั้นไตรทศ [ดาวดึงส์] เมื่อถึงภพ สุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดเป็นโอปปาติกะ ที่ระหว่างกิ่งมะม่วง ด้วยเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงชื่อว่าอัมพปาลี ข้าพเจ้าอัน หมู่สัตว์นับโกฏิห้อมล้อมแล้ว ก็บวชในศาสนาของ พระชินเจ้า บรรลุฐานะอันมั่นคงไม่สั่นคลอน เป็น ธิดาเกิดแต่พระอุระของพระผู้เป็นพุทธะ ข้าแต่พระ- มหามุนี ข้าพเจ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญในฤทธิ์ทั้งหลาย ใน ความหมดจดแห่งโสตธาตุ [หูทิพย์] เป็นผู้เชี่ยวชาญ เจโตปริยญาณ [รู้ใจผู้อื่น] ข้าพเจ้ารู้ขันธ์ที่เคยอาศัย อยู่ในภพก่อน ๆ [ระลึกชาติได้] ชำระทิพยจักษุหมด จด [ตาทิพย์] หมดสิ้นอาสวะทุกอย่าง [อาสวักขย- ญาณ] บัดนี้จึงไม่มีภพใหม่ [ไม่ต้องเกิดอีก] ข้าพเจ้า มีญาณสะอาดหมดจด ในอรรถปฏิสัมภิทา ธรรมปฏิ- สัมภิทา นิรุตติปฏิสัมภิทา และปฏิภาณปฏิสัมภิทา เพราะอำนาจของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด กิเลสทั้ง หลาย ข้าพเจ้าก็เผาเสียแล้ว ภพทุกภพข้าพเจ้าก็ถอน เสียแล้ว ข้าพเจ้าตัดพันธะเหมือนกะช้างตัดเชือก ไม่มี อาสวะ อยู่ในสำนักพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ข้าพเจ้า ก็มาดีแล้ว. วิชชา ๓ ข้าพเจ้าก็บรรลุแล้ว คำสอน ของพระพุทธะ ข้าพเจ้าก็ทำเสร็จแล้ว ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้ากระทำให้แจ้ง แล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้าข้าพเจ้าก็ทำเสร็จแล้ว.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน