เล่มที่ 54

โคตมีภิกษุณี พระมาตุจฉาของพระชินพุทธเจ้า อยู่ใน สำนักนางภิกษ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 175


เนื้อหา

โคตมีภิกษุณี พระมาตุจฉาของพระชินพุทธเจ้า อยู่ใน สำนักนางภิกษุณีในพระบุรีอันรื่นรมย์นั้น พร้อมด้วย ภิกษุ ๕๐๐ รูป ซึงพ้นจากกิเลสแล้ว พระมหาปชา- บดีโคตมีนั้น อยู่ในที่สงัดตรึกนึกคิดอย่างนี้ว่า การ ปรินิพพานของพระพุทธเจ้าก็ดี ของพระอัครสาวกก็ดี ของพระราหุล พระอานนท์ และพระนันทะก็ดี เรา จะไม่ได้เห็น จำเราที่พระโลกนาถผู้แสวงหาคุณอัน ใหญ่ ทรงอนุญาตแล้ว พึงปลงอายุสังขารแล้วนิพพาน ก่อนการปรินิพพานของพระพุทธเจ้าหรือคู่พระอัคร- สาวก พระมหากัสสป พระนันทะ พระอานนท์ และ พระราหุล พระภิกษุณีทั้ง ๕๐๐ รูป ก็ได้ตรึกอย่างนั้น เหมือนกัน แม้พระเขมาภิกษุณีเป็นต้น ก็ได้ตรึก เช่นนี้เหมือนกัน ครั้งนั้น เกิดแผ่นดินไหว กลอง ทิพย์ บันลือลั่นขึ้นเอง ทวยเทพที่สิงอยู่ในสำนัก ภิกษุณี ถูกความโศกบีบคั้น พร่ำเพ้ออยู่อย่างน่าสงสาร หลังน้ำตาแล้วในที่นั้น ภิกษุณีทุก ๆ รูป พร้อมด้วย ทวยเทพเหล่านั้นเข้าไปหาพระมหาโคตมีภิกษุณี ซบ ศีรษะแทบพระบาทแล้วกล่าวว่า ข้าแต่พระแม่เจ้า พวกเราถูกหยดน้ำคือวิมุตติรดแล้วในสำนักพระภิกษุณี นั้นมาด้วยกัน อยู่ในที่ลับ แผ่นดินนั้นก็ไหวหวั่นสั่น สะเทือน กลองทิพย์ ก็บันลือลั่นขึ้นเอง และเราได้ยิน เสียงคร่ำครวญ ข้าแต่พระโคตมีจะต้องมีเหตุอะไรเกิด ขึ้นแน่ ครั้งนั้น พระมหาปชาบดีโคตมีภิกษุณีได้ตรัส บอกถึงเหตุตามที่ตนปริวิตกแล้วทุกประการ ลำดับนั้น พระภิกษุณีทุก ๆ รูป ก็ได้บอกถึงเหตุที่ตนปริวิตก แล้วกล่าวว่า ข้าแต่พระแม่เจ้า ถ้าพระแม่เจ้าชอบใจ การนิพพานอันเกษมอย่างยิ่งไซร้ ถึงข้าพเจ้าทั้งหลาย ก็จักนิพพานกันหมด ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะทรงพระ- อนุญาต พวกข้าพเจ้าได้ออกจากเรือนจากภพพร้อม ด้วยพระแม่เจ้า ก็จักไปสู่นิพพานบุรี อันยอดเยี่ยม พร้อมกับพระแม่พระแม่เจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายก็จักไป พร้อมกับพระแม่เจ้าเหมือนกัน พระมหาปชาบดีโคตมี ได้ตรัสว่า เมื่อท่านทั้งหลายจะไปนิพพานเราจักว่า อะไรเล่า แล้วได้ออกจากสำนักภิกษุณีไปพร้อมกับ ภิกษุณีทั้งหมด ในครั้งนั้น พระมหาปชาบดีโคตมี ภิกษุณี ได้กล่าวกะทวยเทพทั้งหลายที่สิงอยู่ ณ สำนักภิกษุณีว่า จงอดโทษแก่เราเถิด การเห็น สำนักภิกษุณีของเรานี้ เป็นการเห็นครั้งสุดท้าย ในที่ใดไม่มีความแก่หรือความตาย ไม่มีการประกอบ ด้วยสัตว์และสังขาร อันไม่เป็นที่รักไม่มีการพลัด พรากจากสัตว์และสังขารอันเป็นที่รัก ที่นั้นนักปราชญ์ กล่าวว่า เป็นอสังขตสถาน พระโอรสของพระสุคต ทั้งหลายที่ยังไม่ปราศจากราคะ ได้สดับคำของพระนาง นั้นเป็นผู้โศกกำสรดปริเทวนาการว่า น่าสังเวชหนอ พวกเราเป็นคนมีบุญน้อย สำนักนางภิกษุณีนี้ จะว่าง เปล่า เว้นภิกษุณีเหล่านั้น ภิกษุณีผู้ชิโนรสจะไม่ ปรากฏ เปรียบเหมือนดวงดาวทั้งหลายไม่ปรากฏใน เวลาสว่างฉะนั้น พระโคตมีภิกษุณีจะไปสู่นิพพาน พร้อมกับภิกษุณี ๕๐๐ รูปเหมือนกับแม่น้ำคงคาไหลไป สู่สาครพร้อมกับแม่น้ำ ๕๐๐ สาย ฉะนั้น อุบาสิกา ทั้งหลาย ผู้มีศรัทธาเห็นพระโคตมีภิกษุณีนั้น กำลัง เสด็จไปตามถนน ได้พากันออกจากเรือนหมอบลงแทบ เท้าแล้วกล่าวว่า ข้าพเจ้าทั้งหลายเลื่อมใสในพระแม่- เจ้า พระแม่เจ้าจะละทิ้งข้าพเจ้าทั้งหลายไว้ให้เป็นคน อนาถาเสียแล้ว พระแม่เจ้ายังไม่สมควรที่จะปรินิพ- พาน อุบาสิกาเหล่านั้นถูกความอยากให้ท่านอยู่บีบคั้น แล้วเพื่อจะให้อุบาสิกาเหล่านั้นละเสียซึ่งความโศกพระ เถรีจึงได้กล่าวอย่างเพราะพริ้งว่า อย่าร่องไห้ไปเลยลูก เอ๋ย วันนี้เป็นเวลารื่นเริงของท่านทั้งหลาย ความทุกข์ เราก็กำหนดรู้แล้ว ตัณหาอันเป็นเหตุแห่งทุกข์ เราก็ เว้นขาดแล้ว ความดับทุกข์เราก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว ทั้ง มรรคเราก็ได้อบรมดีแล้ว. พระศาสดาเราก็ได้บำรุง แล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้าเราก็ได้ทำเสร็จแล้ว ภาระอันหนักเราก็ปลงลงแล้ว ตัณหาอันนำไปในภพ เราก็ถอนเสียแล้ว คนทั้งหลายออกจากเรือนบวชไม่มี เรือน เพื่อประโยชน์ใด ประโยชน์นั้นเราก็บรรลุแล้ว โดยลำดับ สังโยชน์ทุกอย่างก็หมดไป. พระพุทธเจ้า และพระสัทธรรมของพระองค์มิได้บกพร่อง ยังดำรง อยู่ตราบใด กาลเวลาที่เรานิพพานก็ดำรงอยู่ตราบนั้น ลูกเอ๋ย อย่าได้เศร้าโศกถึงเราเลย พระโกณฑัญญะ พระอานนท์และพระนันทะเป็นต้นก็ยังอยู่ พระราหุล พุทธชิโนรสก็ยังอยู่ พระสงฆ์ก็อยู่ร่วมกันเป็นสุข พวก เดียรถีย์ก็หายโง่ หายตระด้างแล้ว.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน