เล่มที่ 54
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ฟังความสมบูรณ์แห่งพระ- วิหารเวฬุวัน เป็...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 159
เนื้อหา
ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้ฟังความสมบูรณ์แห่งพระ- วิหารเวฬุวัน เป็นที่ซึ้งโสตและจับใจแล้วอยากจะชม พระเวฬุวันนั้น จึงกราบทูลพระราชา ครั้งนั้นพระ- มหิบดีจึงโปรดส่งข้าพเจ้าพร้อมด้วยบริวารเป็นอันมาก เพื่อชมพระเวฬุวันนั้น ที่น่าขวนขวายชม ด้วยพระ- ดำรัสว่า ดูก่อนพระนางผู้มีสมบัติมาก เชิญเสด็จไป ชมพระมหาเวฬุวันให้เป็นขวัญตาซึ่งฉาบด้วยพระรัศมี แห่งพระสุคตงามด้วยพระสิริทุกสมัย ข้าพเจ้าทูลว่า เมื่อใดพระพุทธมุนีเสด็จเข้ามาทรงบิณฑบาตในกรุง ราชคฤห์ราชธานี เมื่อนั้นหม่อมฉันจะเข้าไปชมพระ- วิหารเวฬุวัน เวลานั้นพระวิหารเวฬุวันนั้น มีดอกไม้ บานสะพรั่งมีภมรนานาชนิดบินเวียนว่อนส่งเสียงร้อง ประกอบด้วยเพลงขับกล่อมของนกดุเหว่าอีก เหล่านก ก็ร่ายรำแพนเงียบเสียงไม่พลุกพล่านประดับด้วยที่จง- กรมต่าง ๆ สร้างด้วยกุฏิและมณฑป อร่ามด้วยพระผู้ พากเพียรที่ประเสริฐ เมื่อข้าพเจ้าเที่ยวไปได้รู้สึกว่า เป็นกำไรนัยน์ตาของข้าพเจ้าแท้ ๆ แม้ในพระเวฬุวัน นั้นข้าพเจ้าก็ได้เห็นภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งบำเพ็ญเพียรอยู่ แล้วคิดไปว่าภิกษุรูปนี้ ยังอยู่ในวัยหนุ่มแน่นมีรูปร่าง น่ารัก ปฏิบัติดีอยู่ในพระเวฬุวันที่น่ารื่นรมย์เช่นนี้ เหมือนฤดูใบไม้ผลิ ภิกษุนี้ศีรษะโล้น ห่มผ้าสองชั้น นั่งอยู่ที่โคนไม้ ละความยินดีที่เกิดแต่อารมณ์ เจริญ ฌานอยู่ ธรรมดาคฤหัสถ์ควรจะบริโภคกามตามความ สุข ต่อแก่จึงควรประพฤติธรรมอันเจริญงอกงามนี้ใน ภายหลัง ข้าพเจ้าสำคัญว่าพระคันธกุฎีที่ประทับแห่ง พระชินเจ้าดังดวงอาทิตย์อุทัย ประทับนั่งทรงสำราญ พระองค์เดียว มีสาวสวยถวายงานพัดอยู่ ครั้นแล้วจึง ดำริอย่างนี้ว่า สมณะปอนรูปนี้มิใช่องค์พระนราสภ หญิงสาวคนนั้นมีผิวพรรณเปล่งปลั่งดังทอง มีดวงตา งามดังดอกบัว ริมฝีปากแดงดังผลมะพลับสุก ชำเลือง แต่น้อยเป็นที่ซาบซึ้งตรึงใจและนัยน์ตา แขนแกว่งดั่ง ชิงช้าทอง ดวงหน้างาม ถันทั้งคู่เต่งตั่งดังดอกบัวตูม มี เอวองค์กลมกลึงตะโพกผึ่งผาย ลำขาน่ายินดี มีเครื่อง แต่งกายสวย เครื่องประดับสีแดงแวววาว นุ่งผ้าเนื้อ เกลี้ยงสีเขียว มีรูปสมบัติชมไม่รู้อิ่ม ประดับด้วย สรรพาภรณ์ ข้าพเจ้าเห็นหญิงสาวนั้นแล้วก็คิดอย่างนี้ ว่า โอ หญิงสาวคนนี้รูปงามเหลือเกิน ข้าพเจ้าไม่เคย เห็นด้วยนัยน์ตานี้ ไม่ว่าในตรงไหน ๆ เลย ทันใด นั้น หญิงสาวคนนั้น ถูกชราย่ำยี มีผิวพรรณแปลก ไป หน้าเหี่ยว ฟันหัก ผมหงอก น้ำลายไหล หน้า ไม่สะอาด ใบหูย่น กระด้าง นัยน์ตาขาว นมยาน ไม่งาม ตกกระทั่วตัว เรือนร่างสะพรั่งด้วยเส้นเอ็น ตัวค้อมลงใช้ไม้เท้าเป็นเพื่อน ร่างกายซูบผอมลีบไป สั่นงั่นงก ล้มลงแล้วหายใจถี่ ๆ ลำดับนั้นความสังเวช อันไม่เคยเป็นทำให้ขนลุกชูชันได้มีแก่ข้าพเจ้าว่า น่า ตำหนิรูปอันไม่สะอาดที่พวกคนเขลาพากันยินดี ขณะ นั้นพระพุทธเจ้าผู้ทรงพระกรุณามากมีพระทัยปีติโสม- นัส ทรงเห็นข้าพเจ้าผู้มีใจสังเวชแล้วได้ตรัสพระคาถา นี้ว่า ดูก้อนเขมา จงดูร่างกายอันกระสับกระส่ายไม่ สะอาด เน่าเปื่อย ไหลเข้าไหลออกที่พวกพาลชนยินดี กันนัก จงอบรมจิตให้เป็นสมาธิมีอารมณ์เดียวด้วย อสุภารมณ์เถิด จงมีกายคตาสติ มีความเบื่อหน่ายมากๆ ไว้เถิด รูปหญิงนี้ฉันใด รูปของเธอนั้นก็ฉันนั้น รูป ของเธอฉันใด รูปหญิงนี้ก็เป็นฉันนั้น เธอจงคลาย ความพอใจในกายทั้งภายในภายนอกเสียเถิด จงอบรม อนิมิตตวิโมกข์ จงละมานานุสัยเสีย เธอจักเป็นผู้ สงบ จาริกไปเพราะละมานานุสัยนั้นได้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน