เล่มที่ 54
ข้าพเจ้าได้เห็นพระสมณะกำลังเดินไปตามถนนในเวลา เที่ยงวัน ข้าพ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 68
เนื้อหา
ข้าพเจ้าได้เห็นพระสมณะกำลังเดินไปตามถนนในเวลา เที่ยงวัน ข้าพเจ้าได้ปูลาดอาสนะไว้ ครั้นปูลาดอาสนะ ด้วยผ้าที่ทำด้วยขนแกะอันวิจิตรเป็นต้นแล้วมีจิตเลื่อม ใส ดีใจ ได้กล่าวคำนี้ว่า ภูมิภาคร้อนแรง แก่กล้า เวลาเที่ยงวัน ลมก็ไม่พัด และเวลานี้ก็จวนจะเลยเวลา แล้ว ข้าแต่พระมหามุนี อาสนะนี้ดิฉันปูลาดถวายแด่ ท่าน ขอท่านได้โปรดอนุเคราะห์นั่งบนอาสนะของ ดิฉันเถิด พระสมณะผู้ฝึกตนดีแล้ว มีใจบริสุทธิ์ ได้ นั่งบนอาสนะนั้น ข้าพเจ้ารับบาตรของท่านแล้ว ได้ ถวายบิณฑบาตตามที่หุงต้มไว้ เพราะกรรมที่ทำไว้ดีนั้น และเพราะความตั้งใจอย่างแน่วแน่ ข้าพเจ้าละร่าง มนุษย์แล้ว ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ วิมานที่บุญกรรม สร้างไว้ให้ข้าพเจ้านั้นสวยงาม สูง ๖๐ โยชน์ กว้าง ๓๐ โยชน์ ได้สร้างขึ้นอย่างดีเพราะการถวายอาสนะ บัลลังก์ของข้าพเจ้ามีหลายอย่าง ต่าง ๆ ชนิด สำเร็จ ด้วยทองก็มี ด้วยแก้วมณีก็มี ด้วยแก้วผลึกก็มี ด้วย แก้วปัทมราคก็มี บัลลังก์ของข้าพเจ้าปูลาดด้วยนวม ก็มี ด้วยผ้าลาดอันวิจิตรด้วยรูปราชสีห์และเสือโคร่ง เป็นต้นก็มี ด้วยผ้าลาดทอด้วยไหม ประดับแก้วอัน วิจิตรก็มี ด้วยเครื่องลาดมีขนสัตว์ข้างบนด้านเดียวก็มี เมื่อใดข้าพเจ้าต้องการจะเดินทาง เมื่อนั้นข้าพเจ้า เพรียบพร้อมด้วยการรื่นเริงสนุกสนานไปยังที่ที่ข้าพเจ้า ปรารถนา พร้อมด้วยบัลลังก์อันประเสริฐ ข้าพเจ้า ได้เป็นมเหสีของเทวราช ๘๐ องค์ เป็นมเหสีของพระ เจ้าจักรพรรดิ ๗๐ องค์ เมื่อข้าพเจ้ายังท่องเที่ยวอยู่ใน ภพน้อยภพใหญ่ ได้โภคะมากมาย ข้าพเจ้าไม่บกพร่อง โภคะเลย นี้เป็นผลแห่งอาสนะผืนเดียว ข้าพเจ้า ท่องเที่ยวไปแต่ในสองภพ คือเทวโลกและมนุษยโลก ภพอื่น ๆ ข้าพเจ้าไม่รู้จัก นี้เป็นผลแห่งอาสนะผืน เดียว ข้าพเจ้าเกิดแต่ในสองตระกูล คือตระกูลกษัตริย์ และตระกูลพราหมณ์ ข้าพเจ้าเกิดในตระกูลสูงทุก ๆ ภพ นี้เป็นผลแห่งอาสนะผืนเดียว ความโทมนัสที่ ทำจิตของข้าพเจ้าให้เร่าร้อนข้าพเจ้าไม่รู้จัก ความเป็น ผู้ไม่มีวรรณะ ข้าพเจ้าก็ไม่รู้จัก นี้เป็นผลแห่งอาสนะ ผืนเดียว พี่เลี้ยงนางนมต่างก็บำรุงข้าพเจ้า หญิงค่อม และเด็กรับใช้มีมาก ข้าพเจ้าจากคนหนึ่งไปยังอีกคน หนึ่ง นี้เป็นผลแห่งอาสนะผืนเดียว พี่เลี้ยงนางนม พวกหนึ่งให้ข้าพเจ้าอาบน้ำ พวกหนึ่งให้รับประทาน ข้าว พวกหนึ่งประดับตกแต่งข้าพเจ้า พวกหนึ่งคอย ทำให้ข้าพเจ้ายินดีทุกเมื่อ พวกหนึ่งไล้ทาของหอม นี้เป็นผลแห่งอาสนะผืนเดียว เมื่อข้าพเจ้าอยู่ในมณฑป ก็ตาม ที่โคนไม้ก็ตาม ในเรือนว่างก็ตาม บัลลังก์ดัง จะรู้ความดำริของข้าพเจ้า ย่อมปรากฏขึ้น นี้เป็น อัตภาพสุดท้ายของข้าพเจ้า ภพหลังกำลังเป็นไป แม้วันนี้ข้าพเจ้าก็ได้สละราชสมบัติบวชเป็นบรรพชิต ในแสนกัปแต่ภัทรกัปนี้ ข้าพเจ้าได้ให้ทานใดในกาล นั้น ด้วยทานนั้น ข้าพเจ้าไม่รู้จักทุคติ นี้เป็นผลแห่ง อาสนะผืนเดียว ข้าพเจ้าเผากิเลสแล้ว ถอนภพทั้ง หลายขึ้นหมดแล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพัน เหมือนช้างพังตัดเชือก เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ การมา เฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐของข้าพเจ้า เป็นการมาดี แล้วหนอ ข้าพเจ้าบรรลุวิชชา ๓ แล้ว ได้ปฏิบัติคำ สอนของพระพุทธเจ้าแล้ว คุณวิเศษเหล่านี้คือ ปฏิ- สัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าทำ ให้แจ้งแล้ว ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติคำสอนของพระพุทธเจ้า แล้ว.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน