เล่มที่ 49
พระศาสดาเมื่อเสด็จประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภเปรต...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 371
เนื้อหา
พระศาสดาเมื่อเสด็จประทับอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภเปรต ๒ ตน จึงตรัสพระคาถานี้ มีคำเริ่มต้นว่า สาวตฺถิ นาม นครํ ดังนี้ ได้ยินว่า ในกรุงสาวัตถี พระเจ้าโกศลมีพระโอรส ๒ พระองค์ น่าเลื่อมใส กำลังอยู่ในปฐมวัย มัวเมาในความเป็นหนุ่ม กระทำ กรรมคือคบหาภรรยาของคนอื่น ทำกาละแล้ว บังเกิดเป็นเปรต ที่หลังคู. ในเวลากลางคืน เปรตเหล่านั้นพากันรำพันด้วยเสียง อันน่าสะพึงกลัว พวกมนุษย์ได้ฟังเสียงนั้น พากันสะดุ้งกลัว คิดว่า เมื่อพวกเราทำอย่างนี้ อวมงคลนี้ย่อมสงบ จึงพากันถวายมหาทาน แด่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนอุบาสก และอุบาสิกาทั้งหลาย เพราะได้ยินเสียงนั้น อันตรายอะไร ๆ ย่อม ไม่มีแก่พวกท่าน เพื่อจะตรัสบอกเหตุแห่งเสียงนั้นแล้วแสดงธรรม แก่มนุษย์เหล่านั้น จึงได้ตรัสพระคาถาว่า :- ข้าพเจ้าได้สดับมาดังนี้ว่า มีพระกุมาร สองพระองค์ เป็นพระราชโอรสอยู่ในกรุงสาวัตถี ข้างหิมวันตประเทศ พระราชกุมารทั้งสองพระ- องค์นั้น เป็นผู้มัวเมาในอารมณ์เป็นที่ตั้งแห่ง ความกำหนัด ทรงเพลิดเพลินด้วยอำนาจความ ยินดีในกาม ทรงติดอยู่ในความสุขปัจจุบัน ไม่ ทรงเห็นสุขในอนาคต คั้นจุติจากความเป็น มนุษย์ไปจากโลกนี้สู่เปตโลกแล้ว เกิดเป็นเปรต ไม่แสดงกายให้ปรากฏ ร้องประกาศธรรมชั่ว ของตนที่ได้กระทำไว้ในกาลก่อนว่า เมื่อพระ- ทักขิไณยบุคคลมีอยู่เป็นอันมาก และไทยธรรม อันเขาเข้าไปตั้งไว้ก็มีอยู่ พวกเราไม่อาจทำบุญ อันนำมาซึ่งความสุขต่อไปแม้เล็กน้อย และทำ อันให้มีความสวัสดีได้ อะไรจะพึงลามกกว่า กามนั้น พวกเราจุติจากราชสกุลแล้วไปบังเกิด ในเปตวิสัย พรั่งพร้อมไปด้วยความหิวและความ กระหาย เมื่อก่อนในโลกนี้ เคยเป็นเจ้าของใน ที่ใด ย่อมไม่ได้เป็นเจ้าของในที่นั้นอีก มนุษย์ ทั้งหลายเจริญขึ้นแล้วกลับเสื่อมลง ย่อมตาย เพราะความหิวและความกระหาย นรชนรู้โทษ อันเกิดด้วยอำนาจความถือตัวว่าเป็นใหญ่อย่าง นี้แล้ว ละความมัวเมาในความเป็นใหญ่ได้แล้ว พึงไปสู่สวรรค์ นรชนผู้มีปัญญาเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงสวรรค์.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน