เล่มที่ 49

เนื้อความแห่งคาถานั้น มีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังแล

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 300


เนื้อหา

เนื้อความแห่งคาถานั้น มีนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังแล. จบ อรรถกถาทุติยมิคลุททกเปตวัตถุที่ ๘ ว่าด้วยเปรตจิกกินเนื้อหลังของตนกิน พระนารทเถระถามเปรตตนหนึ่งว่า [๑๑๙] ตัวท่านทัดทรงดอกไม้ ใส่ชฏา สวมกำไล ทอง ลูบไล้ด้วยจุณจันทน์ มีสีหน้าผ่องใส งดงามดุจสีพระอาทิตย์อุทัยขึ้นมาในอากาศ มีนางฟ้าหมื่นหนึ่งเป็นบริวารบำรุงบำเรอท่าน นางฟ้าเหล่านั้นล้วนสวมกำไลทอง นุ่งห่มผ้าอัน ขลิบด้วยทองคำ ท่านเป็นผู้มีอานุภาพมาก มีรูป เป็นที่ให้เกิดขนชูชันแก่ผู้พบเห็น แต่ท่านจิกเนื้อ ที่หลังของตนกินเป็นอาหาร ท่านได้ทำกรรมชั่ว อะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ เพราะวิบากแห่งกรรม อะไร ท่านจึงจิกเนื้อหลังของตนเองกินเป็น อาหาร. เปรตนั้นตอบว่า กระผมได้ประพฤติทุจริตด้วยการส่อเสียด พูดเท็จและหลอกลวง เพื่อความฉิบหายแก่ตน ในมนุษยโลก กระผมไปแล้วบริษัทในมนุษย- โลกนั้น เมื่อเวลาควรจะพูดความจริงปรากฏแล้ว ละเหตุละผลเสีย ประพฤติคล้อยตามอธรรม ผู้ ใดประพฤติทุจริตมีคำส่อเสียดเป็นต้น ผู้นั้นต้อง จิกเนื้อหลังของตนกิน เหมือนกระผมจิกเนื้อ หลังของตนกินในวันนี้ ฉะนั้น ข้าแต่พระนารทะ ทุกข์ที่กระผมได้รับอยู่นี้ท่านได้เห็นเองแล้ว ชนใดเป็นคนฉลาด มีความอนุเคราะห์ ชนเหล่า นั้นพึงกล่าวตักเตือนว่า ท่านอย่าพูดส่อเสียด อย่าพูดเท็จ อย่าเป็นผู้มีเนื้อหลังของตนเป็น อาหารเลย.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน