เล่มที่ 49

ท่านรื่นรมย์อยู่ในเรือนยอดและปราสาท บนบัลลังก์อันปูลาดด้วยผ้...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 299


เนื้อหา

ท่านรื่นรมย์อยู่ในเรือนยอดและปราสาท บนบัลลังก์อันปูลาดด้วยผ้าขนสัตว์ ด้วยดนตรี เครื่อง ๕ อันบุคคลประโคมแล้ว ภายหลังเมื่อ สิ้นราตรี พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ท่านเข้าไปเสวย ทุกข์เป็นอันมากอยู่ในป่าช้า ท่านทำกรรมชั่ว อะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ หรือเพราะวิบากแห่ง กรรมอะไร ท่านจึงได้เสวยทุกข์เช่นนี้. ลำดับนั้น เปรตจึงบอกเนื้อความนั้นแก่ท่านด้วยคาถาว่า :- เมื่อก่อนกระผมเป็นพรานเนื้อ อยู่ที่กรุง ราชคฤห์อันน่ารื่นรมย์มีภูเขาล้อมรอบ (เบญจ คีรีนคร) เป็นคนหยาบช้า ทารุณ ไม่สำรวมกาย วาจา ใจ อุบาสกคนหนึ่งผู้เป็นสหายของผม เป็น คนใจดี มีศรัทธา มีภิกษุผู้คุ้นเคยของเขาเป็น สาวกของพระโคดม แม้อุบาสกนั้น เอ็นดูกระผม ห้ามกระผมเนือง ๆ ว่า อย่าทำบาปกรรมเลย พ่อ เอ๋ย อย่าไปทุคคติเลย ถ้าสหายปรารถนาความ สุขในโลกหน้า จงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ อันเป็น การไม่สำรวมเสียเถิด. กระผมฟังคำของสหาย หวังดี มีความอนุเคราะห์ด้วยประโยชน์นั้นแล้ว ไม่ทำตามคำสั่งสอนทั้งสิ้น เพราะกระผมเป็นคน ไม่มีปัญญา ยินดียิ่งแล้วในบาปตลอดกาลนาน สหายผู้มีปัญญาดีนั้น แนะนำกระผมให้ตั้งอยู่ใน ความสำรวม ด้วยความอนุเคราะห์ว่า ถ้าท่าน ฆ่าสัตว์ในเวลากลางวัน ส่วนกลางคืนจงงดเว้น เสีย กระผมจึงฆ่าสัตว์แต่เฉพาะกลางวัน กลาง คืนเป็นผู้สำรวมงดเว้น เพราะฉะนั้น กลางคืน กระผมจึงได้รับความสุข กลางวันได้เสวยทุกข์ ถูกสุนัขรุมกัดกิน คือ กลางคืนได้เสวยทิพย- สมบัติ ด้วยผลแห่งกุศลกรรมนั้น ส่วนกลางวัน ฝูงสุนัขมีจิตเดือดดาล พากันห้อมล้อมกัดกิน กระผมรอบด้าน ก็ชนเหล่าใด ผู้มีความเพียร เนือง ๆ บากบั่นมั่นในพระศาสนาของพระสุคต- เจ้า กระผมเข้าใจว่า ชนเหล่านั้น จักได้บรรลุ อมตบทอันปัจจัยอะไร ๆ ปรุงแต่งไม่ได้อย่าง แน่นอน.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน