เล่มที่ 49
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพยากรณ์ว่า:- เมื่อก่อน มหาชนทำการบูชาอย...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 279
เนื้อหา
พวกอุบาสกผู้ยืนอยู่ในที่ใกล้พระศาสดาทูลถามว่า :- อะไรเป็นวัตรเป็นพรหมจรรย์ของเขา นี้ เป็นวิบากแห่งวัตรหรือพรหมจรรย์ที่เขาประพฤติ แล้วเช่นไร เขาถึงความพินาศเช่นนี้แล้ว จักเสวย ความสำเร็จเช่นนั้นเพราะกรรมอะไร. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพยากรณ์ว่า:- เมื่อก่อน มหาชนทำการบูชาอย่างโอฬาร แก่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน เด็กนั้น มิได้มีจิตเอื้อเฟื้อในการบูชา ได้กล่าววาจาหยาบ คายอันมิใช่ของสัตบุรุษ ภายหลังเด็กนั้นอันมารดา ตักเตือนให้กลับความวิตกอันลามกนั้นแล้ว กลับ ได้ปีติและความเลื่อมใส ได้บำรุงพระตถาคต ซึ่งประทับอยู่ ณ วิหารเชตวัน ด้วยข้าวยาคู ๗ วัน ข้อนั้นเป็นวัตรเป็นพรหมจรรย์ของเขา นี้เป็นวิบากแห่งวัตรและพรหมจรรย์ที่เขาประ- พฤติแล้วนั้น เขาถึงความพินาศเช่นนั้นแล้ว จัก ได้ความสำเร็จเช่นนั้น เขาตั้งอยู่ในมนุษยโลกนี้ สิ้นร้อยปี เป็นผู้พรั่งพร้อมด้วยกามคุณทั้งปวง เมื่อตายไปจักเข้าถึงความเป็นสหายแห่งท้าว วาสวะ ในสัมปรายภพ. เรื่องแห่งกุมารเปรตนี้ มีคำเริ่มต้นว่า อจฺเฉรรูปํ สุคตสฺส าณํ ดังนี้. เรื่องนั้นมีอุปุปัตติเหตุเป็นอย่างไร. ได้ยินว่า ในกรุงสาวัตถี อุบาสกและอุบาสิกาเป็นอันมาก เป็นหมู่กันโดยธรรม สร้างมณฑปหลังใหญ่ไว้ในพระนคร ประดับ มณฑปนั้นด้วยผ้านานาพรรณ นิมนต์พระศาสดาและพระภิกษุสงฆ์ มาแต่เช้าตรู่ ให้ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานนั่งบนอาสนะ ที่ลาดด้วยเครื่องลาดอย่างดีควรแก่ค่ามาก บูชาด้วยสักการะมี ของหอมและดอกไม้เป็นต้นแล้ว ให้มหาทานเป็นไป. บุรุษคนหนึ่ง มีจิตถูกมลทินคือความตระหนี้กลุ้มรุม พอเห็นดังนั้น ทนต่อสักการะ นั้นไม่ได้ จึงกล่าวอย่างนี้ว่า สิ่งทั้งหมดนี้ ทิ้งเสียที่กองหยากเหยื่อ ยังจะดีกว่า กว่าการที่จะถวายแก่สมณะโล้นเหล่านี้ ซึ่งหาดีมิได้ เลย. พวกอุบาสกอุบาสิกาได้ฟังดังนั้น เกิดความสลดใจพากันคิดว่า การที่บุรุษนี้ขวนขวายสร้างกรรมชั่ว อันเป็นเหตุให้ผิดในภิกษุ สงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานถึงอย่างนี้ จัดว่าเป็นกรรมอันหนัก หนอ ดังนี้แล้ว จึงได้บอกเรื่องนั้น แก่มารดาของเขาแล้วกล่าวว่า ไป เธอจงไปขอขมาโทษพระผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมด้วยพระสงฆ์ สาวก. มารดารับคำแล้ว เมื่อจะขู่บุตรให้ยินยอม จึงเข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า และเยี่ยมภิกษุสงฆ์ แสดงโทษที่บุตรกระทำ ไว้ให้ขมาโทษแล้ว ได้กระทำการบูชา ด้วยการถวายข้าวยาคู ตลอด ๗ วัน แด่พระผู้มีพระภาคเจ้าและภิกษุสงฆ์. เพราะฉะนั้น ไม่นานนักบุตรก็ทำกาละ บังเกิดในท้องของหญิงแพศยา. ผู้เลี้ยง ชีพด้วยกรรมที่เศร้าหมอง. ก็พอบุตรเกิดขึ้นเท่านั้น มารดารู้ว่า เป็นเด็กชาย ก็ให้เขาไปทิ้งเสียที่ป่าช้า. บุตรนั้น อันพลังแห่งบุญของ ตนคุ้มครองรักษาไว้ในที่นั้น ไม่ถูกอะไร ๆ เบียดเบียน จึงหลับ เป็นสุขเหมือนหลับที่ตักของมารดา. ส่วนอาจารย์บางพวกกล่าวว่า เทวดาพากันรับคุ้มครองรักษาบุตรนั้นไว้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน