เล่มที่ 49
สินธุมาณพได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาความว่า :- ถ้าท้าวสักกะผู...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 167
เนื้อหา
สินธุมาณพได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาความว่า :- ถ้าท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าชาวดาวดึงส์ และเป็นใหญ่กว่าโลกทั้งปวง พึงให้พรท่าน ท่าน เมื่อจะเลือก พึงเลือกเอาพรเช่นไร. ถ้าท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่กว่าชาวดาวดึงส์ พึงให้พรแก่เรา เราจะพึงขอพรว่า เมื่อเราลุกขึ้น แต่เช้า ในเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ขอภักษาหารอัน เป็นทิพย์ และพวกยาจกผู้มีศีลพึงปรากฏ เมื่อ เราให้อยู่ ไทยธรรมไม่พึงหมดสิ้นไป ครั้นเราให้ ทานนั้นแล้ว ไม่พึงเดือดร้อนในภายหลัง เมื่อ กำลังให้พึงยังจิตให้เลื่อมใส ข้าพเจ้าพึงเลือก เอาพรอย่างนี้กะท้าวสักกะ. โสณกบุรุษกล่าวเตือนอังกุรพาณิชว่า :- บุคคลไม่พึงให้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจทั้ง หมด แก่บุคคลอื่น ควรให้ทานและควรรักษา ทรัพย์ไว้ เพราะว่าทรัพย์เท่านั้นประเสริฐกว่า ทาน สกุลทั้งหลายยอมตั้งอยู่ไม่ได้ เพราะการให้ ทานเกินประมาณไป บัณฑิตย่อมไม่สรรเสริญ การไม่ให้ทานและการให้เกินควร เพราะเหตุนั้น แล ทรัพย์เท่านั้นประเสริฐกว่าทาน บุคคลผู้เป็น ปราชญ์ สมบูรณ์ด้วยธรรม ควรประพฤติโดยพอ เหมาะ. ดูก่อนชาวเราทั้งหลาย ดีหนอ เราพึงให้ ทานแล ด้วยว่าสัตบุรุษผู้สงบระงับพึงคบหาเรา เราพึงยังความประสงค์ของวณิพกทั้งปวงให้เต็ม เลี้ยงดูให้อิ่มหนำ เปรียบเหมือนฝนยังที่ลุ่ม ทั้งหลายให้เต็มฉะนั้น สีหน้าของบุคคลใดย่อม ผ่องใส เพราะเห็นพวกยาจก บุคคลนั้นครั้นให้ ทานแล้วมีใจเบิกบาน ข้อนั้นเป็นความสุขของ บุคคลผู้อยู่ครองเรือน หน้าของบุคคลใดย่อม ผ่องใสเพราะเห็นพวกยาจก บุคคลนั้นครั้นให้ ทานแล้ว ย่อมปลาบปลื้มใจ นี้เป็นความถึงพร้อม แห่งยัญ ก่อนแต่ให้ก็มีใจเบิกบาน เมื่อกำลังให้ ก็ยังจิตให้ผ่องใส ครั้นให้แล้ว ก็มีใจเบิกบาน นี้เป็นความถึงพร้อมแห่งยัญ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน