เล่มที่ 49
าถาเป็นต้นว่า ขอท่านจงมีอายุยืนเถิด ดังนี้แล้ว ได้ให้โอวาท ด...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 128
เนื้อหา
ฝ่ายนางติสสา ได้สอบถามนางเปรตผู้เข้าไปยืนอยู่แล้ว ด้วย ๓ คาถา มีอาทิว่า มีวรรณะงามยิ่งนัก. ฝ่ายนางเปรต จึงแจ้ง เรื่องของตนด้วยคาถาว่า เราชื่อมัตตา แล้วได้ให้อนุโมทนาแก่ นางติสสา ด้วยคาถาเป็นต้นว่า ขอท่านจงมีอายุยืนเถิด ดังนี้แล้ว ได้ให้โอวาท ด้วยคาถาว่า จงประพฤติธรรมในโลกนี้ ดังนี้เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตว ทินฺเนน ได้แก่ ทานที่ท่านให้แล้ว. บทว่า อโสกํ วิรชํ านํ ความว่า ชื่อว่า อโสกะ เพราะไม่มีความ เศร้าโศก อนึ่ง ฐานะอันเป็นทิพย์ ชื่อว่า วีรชะ เพราะไม่มีธุลี คือ เหงื่อไคล ทั้งหมดนั้น นางเทพธิดา กล่าวหมายเอาเทวโลก. บทว่า อาวาสํ ได้แก่สถานที่. บทว่า วสวตฺตินํ ได้แก่ เทพทั้งหลาย ผู้แผ่อำนาจของตน โดยความเป็นอธิบดี อันเป็นทิพย์. บทว่า สมูลํ ได้แก่ เป็นไปกับด้วยโลภะและโทสะ. จริงอยู่ โลภะและโทสะ ชื่อว่า เป็นมูลของความตระหนี่. บทว่า อนินฺทิตา ได้แก่ใคร ๆ ไม่ติเตียน คือ ควรสรรเสริญ. บทว่า สคฺคมุเปหิ านํ ความว่า จงดำรงฐานะ อันเป็นทิพย์ อันได้นามว่า สัคคะ เพราะเลิศด้วยดี ด้วยอารมณ์ ทั้งหลายมีรูป เป็นต้น, อธิบายว่า มีสุคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า. คำที่เหลือ มีเนื้อความง่ายทั้งนั้น. ลำดับนั้น นางติสสา บอกเรื่องราวนั้นแก่กฏุมพี. กฏุมพี จึงได้เรียนแก่ภิกษุทั้งหลาย. ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูล แด่พระ- ผู้มีพระภาคเจ้า. พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงกระทำเรื่องนั้นให้เป็น อัตถุปปัตติเหตุ จึงทรงแสดงธรรมแก่บริษัทผู้ถึงพร้อมแล้ว. มหาชนได้ฟังธรรมนั้น กลับได้ความสลดใจ จึงกำจัดมลทินมีความ ตระหนี่เป็นต้น เป็นผู้ยินดีในทานและศีลเป็นต้น มีสุคติเป็นที่ไป ในเบื้องหน้า ฉะนี้แล.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน